09.00 INDEX มิติใหม่‘วุฒิสภา’ชุดใหม่ ความตื่นตัวทาง‘สังคม’
เมื่อมีประกาศจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันที่ 11 พฤษภาคม คือจุดสิ้นสุดวาระแห่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อันได้มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นแห่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่ จำนวน 200 คน ก็ย่อมบังเกิด
เป็นการบังเกิดในลักษณะของ “การเลือกสรร” กันเองภายในผู้สมัครรับเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้กำหนด โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุ 40 ปี และไม่สังกัดพรรคการเมือง
โดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเหมือนกับจะเป็นกรอบขีดไว้อย่างค่อนข้างเข้มงวด และให้กระบวนการดำเนินไปในลักษณะปิดมากกว่าจะเปิด
กระนั้น หากรับฟังเสียงแห่งความคาดหมายอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในสังคม ประสานกับความตื่นตัวจากการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 และการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566
มั่นใจได้เลยว่า “กรอบ” ที่กำหนดมีโอกาสที่จะถูกกดดัน เรียกร้องและทลายให้มีลักษณะ “เปิดกว้าง” มากยิ่งขึ้น สะท้อนความต่างไปจาก “การแต่งตั้ง” อย่างที่เกิดขึ้นในยุค คสช.
การเลือกตั้ง “สมาชิกวุฒิสภา” จึงทวีความสำคัญอย่างสูง
เหตุปัจจัยอะไรทำให้การเลือกสรร “สมาชิกวุฒิสภา” ได้รับความสนใจในทางสังคม กระทั่งอาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนอย่างแหลมคมในทางการเมือง
1 บทบาทของ “สมาชิกวุฒิสภา” และ 1 กระแสความตื่นตัว ในทางการเมืองที่เรียกร้องต้องการ “ประชาธิปไตย”
บทบาทพื้นฐานของ “สมาชิกวุฒิสภา” คือการเป็นเหมือนสภาพี่เลี้ยงให้กับ “สภาผู้แทนราษฎร” คอยตรวจสอบ ท้วงติงและควบคุมกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจาก “สภาผู้แทนราษฎร”
แต่อีกบทบาทหนึ่งซึ่งสำคัญเป็นอย่างมาก คือ บทบาทในการเลือกสรรและเห็นชอบการแต่งตั้ง “องค์กรอิสระ” อันเป็นสถาบันทางการเมืองนับแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นต้นมา
การได้เห็นบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ ของ ป.ป.ช. กกต.ต่ออนาคตของรัฐบาล รัฐมนตรี นักการเมือง พรรคการเมือง
ขับเน้นให้เห็นความหมายและความสำคัญของ “ส.ว.”
แม้จะมีข้อกำหนดว่าผู้สมัครเข้ารับการเลือกสรรต้องไม่สังกัดต่อพรรคการเมืองใด แต่เชื่อได้เลยว่ายากที่จะปิดกั้นไว้ได้
ทุกกลุ่มแห่งอำนาจจักต้องขอเข้าไปมี “ส่วนร่วม” แน่นอน
ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนความตื่นตัวของการเมือง ไม่ว่าจะมองผ่านกลุ่มอำนาจ ไม่ว่าจะมองผ่านกลุ่มทางสังคม จึงเป็นหลักประกันว่าการตรวจสอบและควบคุมก็เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น
สังคมต้องเรียกร้องให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมไม่ว่าโดยลงสมัคร ไม่ว่าโดยการทำให้ผลการเลือกตั้งมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ
การมี “ส่วนร่วม” ของสังคมคือปัจจัยที่มิอาจขาดไปได้

