‘ทักษิณ’ ถึงบ้าน ‘อิ๊ง-เอม’ รับกลับจันทร์ส่องหล้า ออกรพ.สวมเฝือก ‘แขน-คอ’ เศรษฐาย้ำมีนายกฯ คนเดียว ก.ก.แถลงข้องใจ 2 มาตรฐาน
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากบ้านเลขที่ 472-474 ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แยก 4 แขวงและเขตบางพลัด กทม. ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือที่รู้จักกันในนามบ้านจันทร์ส่องหล้าว่า เวลา 06.33 น. นายทักษิณได้เดินทางมาถึงด้วยรถตู้เบนซ์ รุ่น V250d สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 กรุงเทพฯ โดยมีสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนหน้านี้รถยนต์ส่วนตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้าในเวลา 04.45 น. เพื่อไปรับนายทักษิณถึงโรงพยาบาลตํารวจเวลา 05.06 น. จากนั้น เวลา 06.09 น. นายทักษิณได้เดินทางออกจากอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตํารวจ
โดยนั่งฝั่งซ้ายของรถ สวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว และสีน้ำเงินเข้มลายตาราง เป็นสีมงคลประจำวัน กางเกงขาสั้น ใส่หน้ากากอนามัย มีเฝือกสีดําที่แขนข้างขวา และเฝือกสีเนื้อที่คอ นอกจากนี้ยังมี น.ส.แพทองธารนั่งอยู่ที่ฝั่งขวา และพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นั่งอยู่ข้างหลังของรถโดยมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ต่อมาพบว่ามีรถตู้เบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 4 ขท 2566 กรุงเทพฯ ขับเข้าไปภายในบ้าน มีรายงานว่าเป็นรถของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยาของนายทักษิณ
ที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เราก็มาร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ จะเป็นเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีบางคนหรือหลายๆ ท่าน ถ้าท่านทำได้ หลังได้รับการแต่งตั้งได้เข้าไปเรียนพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกฯ ขอคำแนะนำและเวลาเจอกันตามงานต่างๆ ก็มีการพบปะพูดคุยกัน ขอคำแนะนำอยู่แล้ว
“ผมเชื่อว่าถ้าอดีตนายกฯทักษิณพร้อม และอยากได้คำแนะนำ ผมเชื่อว่าไม่มีใครในรัฐบาลนี้ไม่อยากจะรับคำแนะนำจากท่าน และเข้ามาสู่กระบวนการกฎหมาย ต้องเน้นย้ำว่าถูกต้อง ตรงนี้ก็อย่ามาดราม่ากันเลยดีกว่า ว่ามีนายกฯกี่คนอะไรอย่างไร รัฐธรรมนูญไทยก็ระบุแล้วว่ามีนายกฯอยู่คนเดียว และมีคนเดียวก็คือผมนี่แหละ” นายเศรษฐากล่าว
วันเดียวกัน พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกเอกสารแสดงจุดยืนของพรรคต่อกรณีที่นายทักษิณได้รับการพักโทษว่า แม้รัฐบาลและนายเศรษฐา ย้ำในหลายเวทีถึงความสำคัญของการสร้างหลักนิติรัฐที่เข้มแข็ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์และกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณ ตลอด 180 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะการได้รับสิทธิรักษาตัวนอกโรงพยาบาลที่เรือนจำเป็นกรณีพิเศษโดยขาดความโปร่งใสเรื่องอาการป่วย จนได้รับสิทธิพักโทษเพื่อปล่อยตัวกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน กลับเพิ่มคำถามที่มีในใจของประชาชนจำนวนมากว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน สอดคล้องกับหลักการบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติหรือไม่ หากรัฐบาลต้องการจะอำนวยความยุติธรรมให้แก่คุณทักษิณในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แนวทางในการดำเนินการต้องไม่ใช่การตอกย้ำระบบสองมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมในประเทศ หรือส่งเสริมให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นในทางกฎหมาย แต่รัฐบาลต้องยึดแนวทางที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกคนอย่างทัดเทียมกัน

