รมว.ยุติธรรม แจงย้ำหลักเกณฑ์ คุมประพฤติ พักโทษ ทักษิณ เหมือนคนทั่วไป ชี้เป็นผู้สูงอายุบั้นปลายชีวิตควรได้อยู่กับครอบครัว
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักการลงโทษว่า สำหรับขั้นตอนภาพรวมในการดูแลผู้ได้รับการพักโทษ ก็จะมีเงื่อนไขการปฏิบัติตามหลักของกรมคุมประพฤติ และไม่ใช่เงื่อนไขที่ถูกสร้างใหม่ แต่เป็นเงื่อนไขที่ถูกใช้กับบุคคลทั่วไป ซึ่งมีประมาณ 12 ข้อ ส่วนรายละเอียดต่างๆ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะเป็นผู้ดำเนินการปฏิบัติตามเงื่อนไข เพราะจากรายงานการประชุมเวลามีการเสนอเรื่องการพักการลงโทษเข้ามา มันจะมีการพักโทษที่จะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับทราบและเห็นชอบ ซึ่งขณะนี้เราก็พบว่าในแต่ละครั้ง ผู้ได้รับการพักโทษถ้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขก็จะถูกเพิกถอนการพักโทษ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ดังนั้นที่ผ่านมาเฉลี่ยแล้วในแต่ละรอบก็มีประมาณ 100 ราย เช่น ผู้ได้รับการพักโทษไปคบค้าสมาคมกับผู้ค้ายาเสพติด ผู้ได้รับการพักโทษไปกระทำผิดซ้ำ ผู้ได้รับการพักโทษไม่เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติตามกำหนด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับการพักโทษยังคงอยู่ในกระบวนการของศาลเหมือนเดิม จึงต้องเคร่งครัดและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข และจะไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกว่าเกณฑ์ใดๆ

พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายทักษิณนั้นจะอยู่ที่สำนักงานคุมประพฤติของแต่ละพื้นที่เขตนั้นๆ เพราะอันนี้เป็นเรื่องของกรมคุมประพฤติ ซึ่งตนยังไม่ได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมคุมประพฤติเข้าพบนายทักษิณแล้วหรือยัง ซึ่งหากมีการเข้าพบแล้ว เจ้าหน้าที่คุมประพฤติจะต้องรายงานแก่อธิบดีกรมคุมประพฤติ โดยไม่ต้องรายงานมายังตนกระทรวงยุติธรรม เพราะกรมคุมประพฤติมีผู้ได้รับการพักโทษถึง 400,000 ราย ซึ่งตามหลักการจะไม่มีการรายงานมาชั้นกระทรวงยุติธรรมแต่ว่าในทุกเดือน ทางกรมคุมประพฤติจะมีการรายงานกับคณะกรรมการพักการลงโทษว่าผู้ใดกระทำผิดเงื่อนไขบ้างหรือไม่ในระหว่างพักโทษ แต่กรมคุมประพฤติทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เมื่อถามว่า หลักเกณฎ์การพักโทษของผู้ต้องขังจากคดีทุจริตคอร์รัปชั่น จะมีเงื่อนไขระหว่างการคุมประพฤติที่แตกต่างไปจากผู้ต้องขังรายคดีอาญาทั่วไปหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าววว่า กรมคุมประพฤติมีหลักเกณฑ์อยู่ และมีมานานแล้วไม่ได้สร้างกำหนดขึ้นมาใหม่ ไม่สร้างเกณฑ์ใหม่
“สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ก็มองว่าบุคคลดังกล่าวบั้นปลายชีวิตก็ควรได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับคนที่รัก และโดยปกติแล้ว พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 จะมุ่งอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.ไม่ให้หลบหนี และ 2.ไม่ไปก่อเหตุร้าย ซึ่งเราก็มองว่าผู้สูงอายุ การจะไปก่อเหตุร้ายอะไรโดยสมรรถภาพทางร่างกายคงไม่ไปทำ เราจึงกำหนดนิยามไว้อยู่อย่าง คือ กรณีที่เจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
พ.ต.อ.ทวียังกล่าวด้วยว่า สำหรับการรายงานตัวของนายทักษิณกับกรมคุมประพฤติ หลังจากการพักโทษต้องรายงานตัว 3-4 ครั้งหรือกี่เดือนครั้งนั้น จะมีหน่วยงานทำการนัดหมายอยู่ เช่น อาจนัดอีก 1 เดือน หรือ 2 เดือน 3 เดือน แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด ต้องไปดูในเงื่อนไข
พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกา สำหรับกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เงื่อนไขเดียวกันกับผู้ได้รับการพักโทษทุกราย ไม่มีกำหนดเงื่อนไขใหม่ เช่น ต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ไม่ไปยุ่งเหยิงกับผู้ค้ายาเสพติด เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัดสามารถทำได้แต่ต้องขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติก่อน สำหรับเงื่อนไขการทำกิจกรรมทางการเมืองไม่ทราบว่ามีการห้ามหรือไม่ แต่สามารถมีคนไปพบปะได้ ส่วนการจะไปเป็นบอร์ดกรรมการไม่สามารถทำได้ เพราะยังอยู่ในการพักโทษ แต่ถ้าได้รับการพ้นโทษแล้วก็มีสิทธิในฐานะประชาชนคนไทย กระทำได้ทุกอย่าง

