หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล ค้าน ...

ก้าวไกล ค้าน ยกเลิกเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม ชี้ทำแรงงานถอยหลังลงคลอง

21.02.24 | 11:54 น.

“ก้าวไกล” ค้าน “พ.ร.บ.ประกันสังคม” หลังมีการแก้ไขที่ เปลี่ยนจากบอร์ดเลือกตั้งเป็นแต่งตั้ง ชี้ ทำแรงงานถอยหลังลงคลอง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ เวลา 09.50 น. ที่รัฐสภา นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน ได้แถลงถึงกรณีแก้ไขร่าง พ.ร.บ.แรงงาน ว่า ตามที่ได้ทราบแล้วว่า กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ไปยังสำนักเลขารัฐมนตรี โดยพระราชบัญญัติดังกล่าว มีการแก้ไขจากฉบับเดิมหลายมาตรา สิ่งที่สำคัญที่ตนในฐานะ ส.ส.สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคก้าวไกล และ ส.ส.ทุกท่านขอคัดค้านคือ พวกเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้ไขที่มาของคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้าง (บอร์ดประกันสังคม) โดยให้เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแบบเลือกตั้งไปเป็นแบบแต่งตั้ง ตามเนื้อหาในร่างกฎหมายว่า หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

นายเซียกล่าวว่า เมื่อก่อนนั้น การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะมาจากการเลือกตั้งของผู้แทนสหภาพแรงงาน 1 สหภาพแรงงานมี 1 เสียง ไม่ว่าสหภาพแรงงานจะมีสมาชิก 5,000 คน หรือมีสมาชิกแค่ 50 คน ก็มี 1 เสียงเท่ากัน ดังที่ทุกท่านทราบ ประเทศไทยมีจำนวนสหภาพแรงงานเพียงแค่ราว 1,400 แห่งเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนสถานประกอบการ มีสถานประกอบการจำนวนมากที่ไม่มีสหภาพแรงงานและมีผู้ใช้แรงงานจำนวนมากที่ไม่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นจึงไม่ได้มีสิทธิมีเสียงใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งๆ ที่พวกเขาจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมทุกๆ เดือน ที่ผ่านมาผู้ใช้แรงงานจำนวนมากได้พยายามเสนอให้มีการเลือกตั้งโดยตรงจากผู้ประกันตน คือ 1 ผู้ประกันตน 1 สิทธิ แต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบรับจากรัฐบาลแต่อย่างใด จนต่อมาเมื่อมีการทำรัฐประหารปี 2557 พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้กระทำการซ้ำร้ายกว่าเดิม ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 โดยมีคำสั่งที่ 40/2558 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการประกันสังคมใหม่ทั้งหมด แทนที่ชุดเดิมที่มาจากการเลือกตั้งโดยผู้แทนสหภาพแรงงาน

ทั้งนี้ นายเซียกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมกับพี่น้องแรงงานในการติดตามทวงถามต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายต่อหลายครั้ง เมื่อตนได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. เข้าสภาตนก็ได้อภิปรายติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด นายบุญส่ง ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการประกันสังคม ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ว่าสำนักงานประกันสังคมจะจัดให้มีการเลือกตั้งโดยตรงแบบ 1 ผู้ประกันตน 1 สิทธิ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายบุญส่งชี้แจงแล้ว ข่าวเรื่องการเลือกตั้งก็เงียบหายไปอีก โดยสำนักงานประกันสังคมไม่เคยสื่อสารเรื่องความคืบหน้าใดๆ ให้ผู้ประกันตนได้รับทราบอีกเลยจนถึงช่วงต้นเดือน ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มลงทะเบียนภายในวันที่ 12-31 ตุลาคม 2566 มิฉะนั้นจะหมดสิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ไปโดยปริยาย

นายเซียกล่าวว่า ระหว่างที่ผู้ประกันตนน้อยคนที่รับรู้เรื่องการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หรือขั้นตอนการลงทะเบียนตามที่สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้ ส่งผลให้หลายหน่วยงานตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคม รวมไปถึงผลลัพธ์ที่ทำให้มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงประมาณ 10% จากผู้มีสิทธิทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่าผู้ประกันตนส่วนใหญ่หลายล้านคนไม่มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ แม้สำนักงานประกันสังคมได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

Advertisement

นอกจากนี้ นายเซียกล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 หลังการเลือกตั้งสำนักงานประกันสังคมได้ประกาศผลการอย่างไม่เป็นทางการหลังจากนั้นข่าวก็เงียบหายไปอีกเช่นเคย จนกระทั่งประกาศรับรองในวันที่ 23 มกราคม 2567 ผลกลับปรากฏว่าผู้ที่ได้คะแนนอันดับที่ 7 ไม่ใช่คนเดิมตามประกาศแรก จึงทำให้มีคำถามมากมายว่าเกิดอะไรขึ้นกับผลคะแนนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ประชาชนทั่วไปสามารถมองเห็นความไม่ชอบมาพากลหลายประการ ทั้งกระบวนการประชาสัมพันธ์จัดการเลือกตั้ง กติกาที่กีดกันผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติออกจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง การรับรองคะแนนที่ล่าช้าไปอย่างต่ำ 2 เดือน และผลการเลือกตั้งทางการที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนตัวกรรมการไป 1 คน

นายเซียกล่างต่อว่า ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า แม้มีการเลือกตั้งประกันสังคมแล้ว แต่สภาพปัจจุบันก็ยังเต็มไปด้วยอุปสรรคในการใช้สิทธิออกเสียงของผู้ประกันตน โดยหลายฝ่ายก็ทยอยแสดงความเห็นว่าสำนักงานประกันสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องควรเดินหน้าปรับปรุงในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการการเลือกตั้งมากขึ้นตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อให้มีตัวแทนเจ้าของเงินเข้าไปดูแลเงินที่เขาจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมในทุกๆ เดือน แต่ล่าสุดกลับกลายเป็นว่ากระทรวงแรงงานกำลังทุ่มแรงทำลายการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนแทน

นายเซียกล่าวว่า วันนี้กระทรวงแรงงานได้เสนอร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยในเนื้อหาของร่างกฎหมายนั้นเหมือนว่าประกันสังคมต้องการจะย้อนเวลาตามหายุค คสช. กลับไปล้าหลังกว่าเดิม ดังที่ระบุไว้ใน มาตรา 8 ว่า หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี นี่เป็นสิ่งที่ล้าหลังและถอยหลังอย่างยิ่ง การที่นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการประกันสังคม ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่าใช้งบประมาณจัดเลือกตั้ง เกือบ 100 ล้านบาท แต่คนมาใช้สิทธิไม่ถึงล้านคนจากผู้ประกันตน 24 ล้านคน ผู้ที่มีสิทธิ 10 ล้านกว่าคน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานได้สรุปบทเรียนการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ว่าเกิดจากอะไร การประชาสัมพันธ์น้อยไปหรือไม่ การลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ประกันสังคมมีปัญหาจริงหรือไม่ การเดินทางไปหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ห่างไกลร่วมร้อยกิโลทำให้ผู้ประกันตนไม่สามารถไปใช้สิทธิได้จริงใช่หรือไม่ มิหนำซ้ำ หน่วยเลือกตั้งเหล่านี้หลายหน่วยก็ไม่รับรองผู้พิการด้านต่างๆ อีกด้วยหรือเปล่า ปัญหาอุปสรรคต่างๆ เป็นอย่างไร ควรที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้การเลือกตั้งในครั้งหน้าดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ทำไมถึงกลับมาแก้ไขกฎหมายให้ถอยหลังลงคลองเช่นนี้

“หรือที่ผ่านมากระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ไม่เคยคิดอยากให้มีการเลือกตั้งในรูปแบบ 1 สิทธิ 1 เสียง มีใครได้ประโยชน์อะไรจากการแต่งตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่ วันนี้ในเมื่อเรามีกฎกติกาที่ก้าวหน้ามาไกลแล้ว ทำไมถึงได้มีความพยายามดึงถอยหลังกลับไปอีก วันนี้ผมและคณะจึงขอคัดค้านในประเด็นดังกล่าว รวมถึงขอเชิญชวนสมาชิกคณะรัฐมนตรีทุกท่านมาร่วม คัดด้านกับเราด้วย เพราะเราต้องการให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ไม่ใช่เป็นประชาธิปโดยน้อยลง ดังนั้นในการเลือกตั้งขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของผู้ใช้แรงงาน ของคนทำงาน คน 99% เราจึงสมควรปกป้องความศักด์สิทธิของกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่มัวหวาดระแวงการเลือกตั้งเยี่ยงรัฐบาลเผด็จการ” นายเซียกล่าว