หน้าแรก การเมือง ส่องพื้นที่ทั...

ส่องพื้นที่ทับซ้อน อุทยานฯเขาใหญ่-ส.ป.ก.ปากช่อง

22.02.24 | 15:31 น.

ส่องพื้นที่ทับซ้อน อุทยานฯเขาใหญ่-ส.ป.ก.ปากช่อง

ประเด็นปัญหา

กรณีปมการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กลายเป็นพิพาท จุดหมุด ส.ป.ก. พบถูกบุกรุกแผ้วถางป่าทำการเกษตรบริเวณหมู่ 10 บ้านเหวปลากั้ง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และรวมพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่มีรูปแปลงของสำนักปฏิรูปที่ดิน จ.นครราชสีมา จำนวน 72 แปลง รวมเนื้อที่ 2,933 ไร่ พบว่า มีหลักปักหมุด ส.ป.ก. ปักอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว กระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ผู้ออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 แต่ยังไม่ชัดเจนจนอาจทำให้เกิดความสับสนระหว่างพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กับพื้นที่ ส.ป.ก. ต.หมูสี อ.ปากช่อง
ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบ กฎเกณฑ์ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาในพื้นที่ดังกล่าว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาใหญ่ ในท้องที่ ต.ป่าขะ บ้านพร้าว บ้านนา หนองแสง นาหินลาด อ.ปากพลี ต.สาริกา หินตั้ง พรหมณี
เมืองนครนายก จ.นครนายก ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม ต.สัมพันตา ทุ่งโพธิ์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ ต.มวกเหล็ก ซำผักแพว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2505

Advertisement

พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

1.คณะกรรมการพัฒนาที่ดินในการประชุมครั้งที่ 6/2527 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2527 พิจารณาจำแนกที่ดินป่าเขาใหญ่เนื้อที่ทั้งหมด 37,625 ไร่ เป็นที่ดินทำกินหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆ เนื้อที่ 33,896 ไร่ และเป็นป่าไม้ถาวรตามเดิม เนื้อที่ 3,729 ไร่
2.ครม.มีมติในการประชุม เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2530 ให้เปลี่ยนแปลงมติ ครม. ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ มอบให้กระทรวงเกษตรฯรับไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
3.คปก.ในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2531 เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2531 มีมติอนุมัติให้นำที่จำแนกป่าเขาใหญ่มาดำเนินการปฏิรูปที่ดิน รวมเนื้อที่ประมาณ 33,896 ไร่ ในท้องที่ ต.หมูสี ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
4.ครม.มีมติ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 ให้ส่วนราชการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ยึดปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีได้ ให้ขอทบทวนมติและหากฝ่าฝืนให้พิจารณาลงโทษทางวินัยทุกราย
5.พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ อ.สีคิ้ว สูงเนิน และ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2534

ข้อกฎหมาย มติ ความเห็นที่เกี่ยวข้อง

-การกำหนดเขตอุทยาน
อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 กำหนดให้ที่ดินป่าเขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2505 โดยมาตรา 6 เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดที่มีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าสนใจ ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไว้ให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน ก็ให้มีอำนาจกระทำได้โดยประกาศพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่กำหนดนี้ เรียกว่า อุทยานแห่งชาติ ที่ดินที่จะกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาตินั้น ต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง

มาตรา 8 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้าย หรือเครื่องหมายอื่นแสดงเขตอุทยานแห่งชาติไว้ตามสมควร เพื่อให้ประชาชนเห็นได้ว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ

-การกำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 โดยมาตรา 25 การกำหนดเขตที่ดินในท้องที่ใดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้มีแผนที่แสดงเขตและระบุท้องที่ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินแนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย แผนที่ดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งพระราชกฤษฎีกา

การกำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดเฉพาะที่ดินที่จะดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นจะถือเขตของตำบลหรืออำเภอเป็นหลักก็ได้ โดยให้ดำเนินการกำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในเขตท้องที่อำเภอที่มีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ หรือต้องเช่าที่ดินของผู้อื่นประกอบเกษตรกรรวมอยู่เป็นจำนวนมาก ตลอดจนที่มีผลผลิตต่อไร่ต่ำเป็นเกณฑ์ในการจัดอันดับความสำคัญในการกำหนดเขตก่อนหลัง ในกรณีที่ถือเขตของตำบลหรืออำเภอเป็นเขตปฏิรูปที่ดินนั้น ให้หมายถึงเฉพาะที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาลและสุขาภิบาล
มาตรา 26 เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินใช้บังคับในท้องที่ใดแล้ว

3) ถ้าในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นมีที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นตามกฎหมายที่ดินและที่ดินนั้นอยู่นอกเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ให้ ส.ป.ก.มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้

ประเด็น บันทึกข้อตกลงระหว่าง กรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก.

ตามที่มีข่าวกล่าวอ้างว่าเขตอุทยานฯ ต้องปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ระหว่าง กรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก. โดยการกันคืนกรมอุทยานฯ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากอ้างแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย ผิดประเภทของที่ดินที่ ส.ป.ก.ได้มาปฏิรูปที่ดิน

กรณีตามที่เสนอข่าวนั้นใช้กับกรณีตามมาตรา 26(4) แห่ง พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2532 มาตรา 26 เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินใช้บังคับในท้องที่ใดแล้ว

(4) ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว เมื่อ ส.ป.ก.จะนำที่ดินแปลงใดในส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น และให้ ส.ป.ก. มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้โดยมิต้องดำเนินการเพิกถอนตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ

ประเด็น บันทึกข้อตกลงระหว่าง กรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก. (14 ก.ย.38)

บันทึกข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกลับคืนกรมป่าไม้ พ.ศ.2538

เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้ได้มอบ ให้ ส.ป.ก.นำไปปฏิรูปที่คืนกลับคืนกรมป่าไม้เป็นไปตามนัยมติที่ประชุมเรื่อง แนวทางปฏิบัติงานการดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามนโยบายรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2538 ณ ห้องประชุม 2 กรมป่าไม้ กรมป่าไม้และ ส.ป.ก.จึงจัดทำบันทึกข้อตกลงแนวทางการปฏิบัติในการกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ไม่สมควรจะนำไปปฏิรูปที่ดิน ดังนี้
1.พื้นที่ที่ไม่สมควรจะนำไปปฏิรูปที่คืน ซึ่งจะต้องดำเนินการกันออก ได้แก่ พื้นที่ดังต่อไปนี้ 1.1 พื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่า 1.2 พื้นที่ที่มีสภาพหรือศักยภาพทำการเกษตรไม่คุ้มค่า 1.3 พื้นที่ล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศ และพื้นที่ที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน 1.4 พื้นที่ภูเขาสูงชัน หรือพื้นที่ที่มีความลาดชัน โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 35% ขึ้นไปและพื้นที่ต้นน้ำ ลำธาร 1.5 พื้นที่ที่กรมป่าไม้มีภาระผูกพันตามกฎหมาย เช่น สวนป่าของทางราชการพื้นที่ที่อนุญาตให้ส่วนราชการหรือเอกชนเข้าทำประโยชน์แล้ว (ยกเว้นขอรับหนังสืออนุญาตของ ส.ป.ก.แทน)

กรณี พื้นที่พิพาท ไม่ได้เป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้มอบให้ ส.ป.ก.

ครม.มีมติ 3 ธ.ค.2530 ให้เปลี่ยนแปลงมติ ครม. ตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงเป็นกรณี ครม. ส่งมอบพื้นที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวร (จำแนกแล้วถือเสมือนเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ประเภทที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน) จึงมอบให้ ส.ป.ก.จึงไม่ใช่กรณีกรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ป่าสงวนฯให้ตามบันทึกข้อตกลงฯ

แนวทางแก้ไข

-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เนื่องจาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 กำหนดไว้ใน มาตรา 58 บรรดาอุทยานแห่งชาติที่ได้ประกาศกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติตาม
พระราชบัญญัตินี้

ดังนั้น 1.ต้องนำชี้เขตอุทยานฯ ตามหลักเขต และให้นำป้าย หรือเครื่องหมายอื่นแสดงเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ได้จัดทำไว้ตาม พ.ร.ฎ. ปี 2505 รวมถึงแผนที่มาแสดงให้หน่วยงานตรวจสอบเพื่อยืนยันแนวเขต

2.หากนำชี้แนวเขตปัจจุบัน แล้วปรากฏว่า อยู่นอกแนวเขตอุทยานฯ ตาม พ.ร.ฎ.2505 ต้องมีหลักฐานที่มาของการขยายเขต (ต้องทำโดย พ.ร.ฎ.ตาม ม.7 และต้องมีหลักเขต ป้าย เครื่องหมายแสดงแนวเขตตาม ม.9 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562)

3.คำถาม หากจะทำการขยายเขตอุทยานฯ ในพื้นที่ของ ส.ป.ก. ต้องให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอความเห็นจากหน่วยงานของรัฐ ฟังความเห็นของชุมชนแล้วหรือไม่ ตาม ม.8 วรรคสอง วรรคท้าย หรือไม่ อย่างไร
มาตรา 7 การขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา และในกรณีที่เป็นการขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติบางส่วนให้มีแผนที่แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งจัดทำด้วยระบบภูมิสารสนเทศหรือระบบอื่นซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย

มาตรา 9 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขต ป้าย เครื่องหมายแสดงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ และเครื่องหมายอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนทราบว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และอำนวยความสะดวกและให้ความรู้แก่ประชาชนในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลหรือบำรุงรักษาหลักเขต ป้าย เครื่องหมายแสดงแนวเขต และเครื่องหมายอื่นได้ตามสมควร
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบในการจัดให้มีหลักเขต ป้าย เครื่องหมายแสดงแนวเขตและเครื่องหมายอื่นที่จำเป็น ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา 8 พื้นที่ที่จะกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามมาตรา 6 ต้องมิได้เป็นที่ดินที่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นของบุคคลใดเว้นแต่เป็นที่ดินของหน่วยงานของรัฐ

การกำหนดอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลรักษา หรือเป็นของหน่วยงานของรัฐ หรือมีหน่วยงานของรัฐได้รับอนุญาตให้มีการใช้หรือทำประโยชน์ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความเห็นจากหน่วยงานของรัฐนั้นก่อน

ในการกำหนดให้พื้นที่บริเวณใดเป็นอุทยานแห่งชาติ การขยายอุทยานแห่งชาติ หรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ตามประกาศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

-ส.ป.ก.
1.นำชี้แนวเขต ปักหลักไม้ หรือหลักปูน แสดงแนวเขตปฏิรูปที่ดินท้องที่อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน และอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2534 พร้อมแสดงแผนที่และหลักฐาน

2.ภายใน พ.ร.ฎ.กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน 2534 แสดงแนวเขตพื้นที่ที่ ส.ป.ก.ได้รับมอบมาเพื่อการปฏิรูปที่ดิน พร้อมแสดงแผนที่และหลักฐาน 2.1 พื้นที่ได้รับมอบตามการจำแนกของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ตามมติ ครม. 2.2 พื้นที่ได้รับมอบจากกรมป่าไม้

3.ขอความร่วมมือสำนักงานที่ดินอำเภอสีคิ้ว หรืออำเภอปากช่อง ขอแผนที่ขีดเขตป่า กรณีมีการออก น.ส.3 หรือโฉนดที่ดินบริเวณที่พิพาท