09.00 INDEX ‘ก้าวไกล’ รุกอย่าง สร้างสรรค์ ผ่านร่างพ.ร.บ. รับราชการทหาร
การยื่นร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารของพรรคก้าวไกลต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องแหลมคมยิ่งในทาง “ยุทธวิธี”
แต่ดำเนินไปในลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์”
เนื่องจากเนื้อหายังดำรงความมุ่งหมายให้ยกเลิก“บังคับเกณฑ์ทหาร”จากยุคพรรคอนาคตใหม่ไว้อย่างมั่นคง
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พรรคก้าวไกลเคยเสนอร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารมาแล้วครั้งหนึ่งตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2566
แต่ เนื่องจากประธานสภาวินิจฉัยว่าเป็นร่างพ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงิน
จึงได้ส่งร่างพ.ร.บ.ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะให้คำรับรองได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
ท่าทีของ นายกรัฐมนตรีร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารเป็นอย่างไร
เด่นชัดว่าจากเดือนสิงหาคม 2566 มาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นเวลา 150 กว่าวัน
นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตกลงใจว่าจะให้ คำรับรองหรือไม่
นี่คือเหตุผลที่พรรคก้าวไกลเสนออีกครั้ง
ในเมื่อไม่มีคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้นพรรคก้าวไกลจึงเสนอร่างพ.ร.บ.ใหม่โดยจัดทำเนื้อหาหลีกเลี่ยง มิให้เข้าข่ายเป็นฉบับที่ไม่เกี่ยวกับ”การเงิน”
เพื่อเป็น”ทางเลือก” และเพื่อเป็น”หลักประกัน”
รูปธรรมแห่งการเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนออกอย่างเด่นชัดว่าพรรคก้าวไกลดำเนินการอย่างมีลักษณะปรับตัว
โดยที่ยังดำรง เป้าหมายพื้นฐานในทางการเมืองอย่างมั่นคง
ด้านหนึ่ง เป็นการฟ้องให้เห็นความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง เป็นการฟ้องให้เห็นลักษณะยืดหยุ่น พลิกแพลง
เมื่อใดที่ร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อนั้นย่อมเป็นจังหวะก้าวแห่งการทดสอบอันแหลมคมยิ่งในทางการเมือง ทดสอบท่าทีและความเห็นของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา
หรือแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่อง “เกณฑ์ทหาร”
ไม่ว่าในที่สุดแล้วร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารของพรรคก้าวไกล จะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1
มติของทุกพรรคการเมืองล้วนอยู่ในสายตาของประชาชน
แต่ละกระบวนท่าอันมาจากพรรคก้าวไกลจึงเป็นจังหวะก้าวอันคมแหลมยิ่งในทางการเมือง
นี่ย่อมเป็นรูปธรรมแห่งการรุกอย่างสร้างสรรค์ของฝ่ายค้าน
นี่ย่อมเป็นการพิสูจน์จากการปฏิบัติที่เป็นจริงว่า การเป็นฝ่ายค้าน หากมีความมุ่งมั่นก็สามารถสร้างผลงานได้ในกระบวนการทดสอบแห่งระบบรัฐสภาที่เป็นอยู่
คำถามจึงอยู่ที่ท่าทีและการให้ความเห็นอย่างรวบยอดของพรรคการเมืองจะดำเนินไปอย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน

