ดีเดย์!! ทหารหมื่นนาย ฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ยกพลขึ้นบกจันทร์นี้ กลาโหมมั่นใจ ช่วยซอฟต์เพาเวอร์ ปชส.ประเทศไทย
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 ครั้งที่ 43 ซึ่งปีนี้กองทัพของไทยได้ขานรับนโยบาย ซอฟต์เพาเวอร์ ของรัฐบาล โดย นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบนโยบายให้นำวัฒนธรรมประเพณีของไทย เช่นการต่อสู้มวยไทย ฯลฯ เข้าไปร่วมในการฝึกครั้งนี้ เพราะนอกจากการฝึกทางทหารแล้วประเทศไทยต้องได้การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ การท่องเที่ยวเช่น พัทยา จอมเทียน บางเสร่และพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในภาคตะวันออก และในพื้นจังหวัดชลบุรี ระยอง ลพบุรี และ จังหวัดที่กองทัพกำหนด ซึ่งทหารกว่าหมื่นนายจาก 30 ประเทศ จะได้นำกลับไปประชาสัมพันธ์ ไทยแลนด์ ได้อีกด้วย โดยการฝึกครั้งนี้มีระยะเวลา กว่า 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.67-8 มี.ค.67 และการฝึกในปีนี้จะกลับมาเต็มรูปแบบหลังจากลดขนาดการฝึกในช่วงโควิดไป กว่า 3 ปี
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า การฝึกคอบร้าโกลด์ 2024 เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารขนาดใหญ่และมีประวัติยาวนานที่สุดการฝึกหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลักจำนวน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซียนอกจากนี้ ยังมีประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในโครงการช่วยเหลือประชาชนอีก 2 ประเทศ ได้แก่ จีนและ อินเดีย และ ประเทศที่เข้าร่วมการฝึกเพิ่มเติมในการฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา คือ ออสเตรเลีย
สำหรับกลุ่มประเทศที่หมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ ประเทศในโครงการเสนาธิการผสมส่วนเพิ่มนานาชาติ หรือ MPAT (Multinational Planning Augmentation ) จำนวน 10 ประเทศ ประกอบด้วย บังกลาเทศ แคนาดา ฝรั่งเศส มองโกเลีย เนปาล นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ฟิจิ สหราชอาณาจักร และบรูไน และประเทศที่เข้าร่วมในโครงการสังเกตการณ์ฝึก (Combined Observer Liaison Team) : COLT) จำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว บราซิล ปากีสถาน เวียดนาม เยอรมนี สวีเดน สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) คูเวต และศรีลังกา รวม 30 ประเทศ มีผู้เข้าร่วมการฝึก จำนวน 9,590 นาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดี ระหว่างมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึก และเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการอำนวยการยุทธ์ร่วมและผสม โดยการประยุกต์ ใช้กำลังรบในสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อฝึกการใช้ระเบียบปฏิบัติประจำกองกำลังผสมนานาชาติ
ในการฝึกครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ประการคือ 1.การฝึกการควบคุมและบังคับบัญชา สำหรับปีนี้เป็นวงรอบการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) ซึ่งเป็นการฝึกอำนวยการยุทธ์ของกำลังรบขนาดใหญ่ เพื่อรองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ในทุกมิติ (All Domain Operations) ได้แก่ ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางด้านไซเบอร์ และทางอวกาศ
สำหรับการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ ปี เป็นการฝึกบนพื้นฐานของแผนยุทธการ (OPORD) และแนวความคิดในการปฏิบัติ (CONOP) โดยพัฒนาตามหนทางปฏิบัติที่ ผบ.กกล.ร่วม/ผสม นานาชาติ ตกลงใจเลือก ตามกระบวนการแสวงข้อตกลงใจทางทหารแบบนานาชาติ (MDMP-M) ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญของการฝึกฝ่ายเสนาธิการ (STAFFEX) ในวงรอบการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 23 ที่ผ่านมา
3.การฝึกภาคสนาม (Field Trainiปng Exercise: FTX) ประกอบด้วย การฝึกแลกเปลี่ยน CTX และการฝึกภาคสนามของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ การฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ขัดแย้ง และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง
สำหรับการฝึกคอบร้าโกลด์ ครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มนาขีดความสามารถของกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกในส่วนของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ความชำนาญ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมทั้งเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับกำลังพลของกองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศ ในการปฏิบัติการร่วมและผสมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารไทย และทหารมิตรประเทศ กับประชาชนในพื้นที่การฝึก
“เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตามิตรประเทศและประชาคมโลกต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการใช้จ่ายให้กับพื้นที่ ชุมชนที่มีกองทัพมิตรประเทศ เข้าร่วมการฝึก ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกด้วย” นายจิรายุ กล่าว

