จุดเทียนสว่างไสว ร่ายบทกวี-ขับขาน ‘เก็บตะวัน’ กึกก้อง เรียกร้องสิทธิประกันนักโทษการเมือง
สืบเนื่องกรณีพนักงานสอบสวน สน.ดินแดน ยื่นคำร้องฝากขัง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือ แฟรงค์ ในข้อหามาตรา 116 และอื่นๆ จากกรณีบีบแตรบนทางด่วนใส่ขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนำกำลังเข้าจับกุมหน้าศาลอาญา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พร้อมส่งตัวขังเรือนจำโดยไม่ให้ประกันตัวชั่วคราว ซึ่งทั้งคู่ประกาศอดอาหารตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 11 วันแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท กลุ่มทะลุแก๊ซและทะลุวัง จัดกิจกรรม #ส่งใจให้เพื่อน โดยมีการเขียนจดหมายและวาดรูป เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ต้องหาทางการเมืองที่ถูกคุมขังแต่ยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิพื้นฐาน ด้วยการอดอาหารและน้ำประท้วงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในขณะนี้มี น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง, น.ส.ทานตะวัน กลุ่มทะลุวังและ นายณัฐนนท์
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 16.50 น. มีนักกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนกลุ่มเพื่อนนักเคลื่อนไหว ทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อจัดเตรียมสถานที่ อาทิ นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ, นายคทาธร หรือ ต๊ะ, นายจิรภาส กอรัมย์ หรือแก๊ป ทะลุแก๊ซ และ นางเงินตา คำแสน หรือ มานี เป็นต้น ซึ่งต่างสวมใส่เสื้อยืดสีม่วง ลาย น.ส.ตะวัน ที่กำลังถือโพลอยู่ในมือ ซึ่งเปิดพรีออเดอร์ผ่านทางแฟนเพจทะลุแก๊ซ ราคาตัวละ 200 บาท โดยทำออกมาระดมทุนจัดกิจกรรมเรียกร้องปล่อยตัวผู้ต้องหาการเมือง ก่อนเตรียมเครื่องขยายเสียง ดอกทานตะวัน โบสีขาว กระดาษสำหรับเขียนข้อความ และภาพผู้ต้องหาการเมือง มาร่วมถือด้วย
บรรยากาศเวลา 17.45 น. นางเงินตา หรือ มานี กล่าวว่า การได้รับการประกันตัวเป็นสิทธิพื้นฐาน ผู้ต้องหาการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา ก็ได้รับการนิรโทษกรรม ดังนั้น เราก็ควรได้รับเช่นกัน แม้กระทั่งสิทธิการรักษาเบื้องต้น แต่นักกิจกรรมหลายคนโดนจับตาจากตำรวจอย่างหนัก ต่างจากคดีอื่นๆ แม้กระทั่งคนมีชื่อเสียง ล่วงละเมิดทางเพศ ยังได้รับการประกันตัว
“เก็ท โสภณ กำลังจะเป็นหมอที่มีอนาคตมาก ตอนนี้ถูกจับไปขังหลายเดือนแล้ว คดีของบัสบาส (มงคล ถิระโคตร) ติดคุก 40 ปี ในขณะที่เวหา (เวหา แสนชนชนะศึก) โดนตีแขนหัก หัวแตก กระดูกร้าว เข้าเรือนจำทั้งที่ได้รับอันตราย ยังไม่ถอดเฝือกด้วยซ้ำไป อานนท์ นำภา ก็มีครอบครัวต้องดูแล เขาเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้รับการประกันตัว” นางเงินตากล่าว
บรรยากาศเวลา 17.57 น. มีการบรรเลง “บทเพลงของสามัญชน’ ก่อนเริ่มกิจกรรมยืนหยุดขัง
ด้าน นายคทาธรกล่าวว่า ตนอยากพูดถึงกรณีที่ไทย จะสมัครเข้าร่วม คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ หากคุณยังให้สิทธิประกันตัวนักโทษการเมืองไม่ได้ ก็อย่าลงชื่อว่า เป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
“อยากให้ผู้มีอำนาจได้พูดถึงข้อเรียกของนักโทษทางการเมืองให้เร็วที่สุด ต้องเจ็บปวด ทรมานแค่ไหน ถึงจะเริ่มพูดถึงข้อเรียกร้องทั้ง 3 คือ 1.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 2.ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่าง 3.ประเทศไทยต้องไม่เป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
หากทำ 3 ข้อเรียกร้องนี้ไม่ได้ ก็อย่ามาบอกว่าเป็นประเทศเจริญแล้ว มันผิดมากเหรอ ที่เราออกมาตามหาสิทธิพื้นฐานของเรา เพราะไม่ฟังเสียงของประชาชนทำให้ทุกการต่อสู้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก สูญเสียมาเท่าไหร่แล้ว กับการอดอาหารประท้วง ต้องมีคนเกือบตายกี่ครั้งแล้วถึงจะจำสักที จงรับฟังประชาชน”
นายคทาธรกล่าวด้วยว่า เนื่องจากราชทัณฑ์ ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยม ไม่รู้ว่าหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ เพื่อนเราจะเป็นอย่างไร จะถูกปล่อยตัวมาเมื่อไหร่
ด้าน นายนภสินธุ์ หรือ สายน้ำ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยืนหยุดขัง หวังว่ากิจกรรมนี้จะส่งพลังไปถึงเพื่อนในเรือนจำ
ต่อมา บรรยากาศเวลา 18.25 น. นักกิจกรรมนำป้ายผ้า ที่เขียนข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา ยกเลิก 112 116” ขึ้นไปแขวนบนสะพานลอยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรผ่าน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาร่วมบันทึกภาพกิจกรรม ‘ยืน หยุด ขัง’ อีกด้วย
บรรยากาศเวลา 18.50 น. นายนภสินธุ์ หรือ สายน้ำ อ่านบทกวี ก่อนที่ผู้ร่วมยืนหยัดขัง จะร่วมกันชู 3 นิ้ว พร้อมเปล่งเสียง “ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม” 3 ครั้ง
จากนั้นมีการบรรเลงเพลง ‘เพื่อมวลชน’ ของ จิ้น กรรมาชน ระหว่างนี้กลุ่มทะลุแก๊ส แจกจ่ายเทียนไขสีขาวให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม
ต่อมาเวลา 19.00 น. เมื่อยืนครบ 1 ชั่วโมง ผู้ร่วมกิจกรรมเริ่มจุดเทียน ท่ามกลางบทเพลง ‘เก็บตะวัน’ ที่บรรเลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำเทียนมาวางเรียงทับข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา ยกเลิก 112 116” และยุติกิจกรรมในเวลาต่อมา


