09.00 INDEX ภารกิจ บนบ่า วิปรัฐบาล ณ เบื้องหน้า ‘สภาชนเผ่า’
มีอย่างน้อย 2 ร่างกฎหมายที่รอคอยและต้อนรับการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานวิปรัฐบาลจาก นายอดิศร เพียงเกษ เป็น นายวิสุทธิ์ ไชยรุณ
1 เป็นร่างพ.ร.บ.เรียกสั้นๆว่า “สภาชนเผ่า” 1 เป็นร่างพ.ร.บ.ที่เรียกสั้นๆ ว่า “คุ้มครองแรงงาน”
แม้การดำรงอยู่ของ 2 ร่างพ.ร.บ.นี้จะมีความแตกต่างกันเพราะว่าร่าง “สภาชนเผ่า” มีร่างภาคประชาชนเสนอเข้ามาด้วย ขณะที่ร่าง “คุ้มครองแรงงาน” เป็นของพรรคก้าวไกล
กระนั้น หากพิจารณาลึกลงไปภายใน “องค์ประกอบ” ของทั้ง 2 ร่างก็มีความแหลมคมและร้อนแรงปรากฏขึ้นตลอดสองรายทางในการเคลื่อนไหว
ร่าง “สภาชนเผ่า” ที่เสนอในนามภาคประชาชนเป็นภาคประชาอันดำรงอยู่ในลักษณะเป็นตัวแทนของแต่ละชนเผ่า ไม่ว่าในที่ราบ ไม่ว่าอยู่บนที่สูง
แต่จุดอันเป็นความละเอียดอ่อนยิ่งอยู่ที่มีรูปธรรมเด่นชัดว่าการเคลื่อนไหวนี้สัมพันธ์อยู่กับฐานมวลชนของพรรคก้าวไกล ขณะที่ร่าง “คุ้มครองแรงงาน” มาจากพรรคก้าวไกล ปีกแรงงาน
คำถามก็คือจุดลงเอยไม่อาจยึดการยืดเวลาเป็นทางออก
หากประเมินผ่านเส้นทางของร่าง “สภาชนเผ่า” จะสัมผัสได้ในภาวะอันถือได้ว่าพะอืดพะอมอย่างยิ่งของรัฐบาลและของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากทอดเวลามาแล้วกว่า 60 วัน
จึงคาดหมายว่าหากผ่านวาระ 1 การต่อสู้ในขั้นกรรมาธิการ วาระ 2 จักต้องดำเนินไปด้วยความเข้มข้น
ทั้งมิได้ต่อสู้แต่กับ “ก้าวไกล” หากที่สำคัญคือ “พันธมิตร”
ขณะเดียวกันกรณีของร่าง “คุ้มครองแรงงาน” พรรคก้าวไกลก็มิได้เคลื่อนไหวอย่างโดดเดี่ยว ตรงกันข้าม เดินแนวทางเดียวกันกับร่าง#สมรสเท่าเทียม และร่าง#สุราก้าวหน้าแนบแน่น
คุณลักษณะอันเป็นจุดแข็งไม่ว่าร่าง “สภาชนเผ่า” ไม่ว่าร่าง “คุ้มครองแรงงาน” จึงเดินไปบนเส้นทางเหมือนถอดบทเรียนจาก #สมรสเท่าเทียม และ #สุราก้าวหน้า ครบถ้วน
ทุกกลยุทธ์อันรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเคยใช้มาจึงล้วนอยู่ในสายตาและการตรวจสอบของสังคม
การมีพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านจึงเป็นแบกหนักที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยต้องประสบอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย
ภายใต้โครงครอบแห่ง “รัฐบาลพิเศษ” ก้าวข้ามขั้วการเมือง
เนื่องจากขั้วใหม่ที่เข้ามาแทนที่พรรคก้าวไกลคือขั้วพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา อันเป็นเงาร่างแห่งรัฐบาลเดิม
นี่คือโจทย์ทางการเมืองที่ประธานวิปรัฐบาลใหม่ต้องรับผิดชอบเป็น “ภารกิจ” ที่จะต้องผลักดันให้ลุล่วงเป็นฝ่ายรุก

