09:00 INDEX ความล้มเหลว ซ้ำซาก “ปรองดอง” จากรัฐประหาร 2549 ถึงกรณี 2557

ยังไม่ทันที่รายชื่อ “คณะกรรมการ” สามัคคีปรองดองชุดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะปรากฏ
แต่”ปรองดอง” ไปไกลอย่างยิ่ง

หากติดตาม “น้ำเสียง” อันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ประสานกับอันมาจากพรรคเพื่อไทย
ก็จะ “รู้สึก” ในความคึกคัก

ขณะเดียวกัน หากติดตาม “น้ำเสียง” อันมาจาก “กปปส.” ประสานกับอันมาจาก “นปช.”
ก็จะ “รู้สึก” ในความคึกคัก

แม้บางจุด บางฝ่าย จะแฝง “ความหงุดหงิด” แต่กล่าวโดยรวมทุกคนล้วนไม่สกัด ไม่ขัดขวาง
ต่างพร้อมเข้าสู่เวที “ปรองดอง”

Advertisement

สะท้อนให้เห็น “อุณหภูมิ” ในทางสังคม สะท้อนบทบาทและความหมายของ “ปรองดอง”ว่าเป็นอย่างไร
ตรงนี้คือ “ความเหมาะสม”ของ “เวลา”

ต้องยอมรับว่า “ปรองดอง” กำลังกลายเป็นกระแส กำลังเป็นความ เรียกร้องต้องการ
เป็นความเรียกร้องต้องการนานมาแล้ว

ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ การแต่งตั้ง นายดิเรก ถึงฝั่ง ก็มาจากความต้องการนี้
การแต่งตั้ง นายคณิต ณ นคร ก็เช่นเดียวกัน

ความพยายามของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ความพยายามของ นายบรรหาร ศิลปอาชา
เป้าหมายล้วนอยู่ที่ความเรียกร้องต่อ “ปรองดอง”

แม้กระทั่งคำขวัญที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เสนอขึ้นมาเมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งกระทั่งได้เป็นรัฐบาล
คือ “แก้ไข ไม่แก้แค้น”

ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงความเรียกร้อง ต้องการที่จะได้เห็นบรรยากาศแห่ง”ปรองดอง”ทั้งสิ้น
แต่แล้วก็เกิด “รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557”

ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ล้วนประกาศ”เป้าหมาย”เดียวกัน

นั่นก็คือ เป้าหมายที่ต้องการเข้ามาเพื่อยุติความขัดแย้ง แตกแยก
ก่อให้เกิดสถานการณ์ “ปรองดอง”

แต่แล้วความต่อเนื่องของ “สถานการณ์”ก็พิสูจน์ทราบอย่างเป็นรูปธรรมว่า “ล้มเหลว”
หากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 สำเร็จ

เหตุใดจะต้องมีรัฐประหาร”ซ้ำ”อีกคำรบ 1 ในเดือนพฤษภาคม 2557 เล่า
ด้วยประการละฉะนี้ทุกคนล้วนต้องการ”ปรองดอง”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image