อสส.ยึดทรัพย์ ‘เหว่ย เซียะกัง’ จากแบงก์สวิส 76 ล้าน ลุยปราบแก๊งยาข้ามชาติ

3.03.24 | 06:38 น.

อัยการผนึกปปง.-บัวแก้ว-คลัง ตามยึดทรัพย์ข้ามชาติเครือข่าย ‘เหว่ย เซียะกัง’ จากแบงก์สวิส 76 ล้าน มิติใหม่ปราบแก๊งยา จ่อลุยอีกหลายปท.


เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด ให้ลงนามในข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์สินระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาพันธรัฐสวิส โดยข้อตกลงดังกล่าวมีสถานะเป็นสนธิสัญญาที่ประเทศไทยจะได้รับเงิน 1,882,332.68 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 76,896,733 บาท พร้อมดอกผลที่จะมีขึ้นในภายหน้าคืนจากสมาพันธรัฐสวิส สืบเนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหารายหนึ่ง ซึ่งกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดเมทแอมเฟตามีน เกี่ยวข้องกับกลุ่มเหว่ยเซียะกังในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ต่อมาผู้ต้องหาได้นำทรัพย์สินบางส่วนไปฝากไว้ที่ธนาคารในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปปง.จึงขอให้อัยการสูงสุด ผู้ประสานงานกลางตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 ดำเนินการยึดอายัดเงินฝากในธนาคารสวิสของผู้ต้องหา สำนักงานอัยการสูงสุดได้ขอความช่วยเหลือจากทางการสมาพันธรัฐสวิส และพนักงานอัยการสวิสได้อายัดเงินฝากในบัญชีธนาคารสวิสของผู้ต้องหา

ต่อมาพนักงานอัยการได้ฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ลงโทษผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอให้ทรัพย์สินของผู้ต้องหาตกเป็นของแผ่นดิน ศาลแพ่งมีคำสั่งถึงที่สุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560 ให้ทรัพย์สินเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งอยู่ที่สมาพันธรัฐสวิส พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน
ต่อมา ธันวาคม 2561 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ส่งคำร้องขอไปยังสมาพันธรัฐสวิสเพื่อริบและส่งคืนทรัพย์สินตามคำสั่งของศาลแพ่ง กลับคืนมายังประเทศไทย

ซึ่งทางการสมาพันธรัฐสวิสได้ดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายสมาพันธรัฐสวิสแล้ววินิจฉัยให้ส่งคืนทรัพย์สินกลับมายังประเทศไทย ภายใต้ข้อตกลงการแบ่งปันทรัพย์สิน ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันรัฐบาลทั้งสอง

Advertisement

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 มอบให้ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเจรจาทำข้อตกลง โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงาน ปปง. และกระทรวงการคลัง ร่วมเป็นองค์คณะผู้เจรจา อัยการสูงสุดมอบหมายให้นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ผลการเจรจากับสมาพันธรัฐสวิสตกลงแบ่งปันทรัพย์สินจากทรัพย์สินที่ได้อายัดไว้ในอัตราส่วนที่เท่ากันระหว่างสองประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบอำนาจเต็ม ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามข้อตกลงฝ่ายราชอาณาจักรไทย ข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์สินฉบับนี้เป็นข้อตกลงฉบับแรกที่เป็นประวัติศาสตร์ซึ่งไทยทำกับต่างประเทศและสามารถใช้เป็นแบบอย่างในการทำข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์สินกับประเทศอื่นๆ ได้

โดยคดีดังกล่าวนับเป็นความสำเร็จของสำนักงานอัยการสูงสุดในการติดตามเอาทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดที่ได้มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังต่างประเทศคืนมายังประเทศไทย อันเป็นผลจากการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงาน ปปง. กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง รวมถึงการได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือที่ดีเป็นอย่างยิ่งจากพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมแห่งสมาพันธรัฐสวิส

ปัจจุบันยังมีทรัพย์สินของผู้กระทำผิดในคดีค้ายาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทุจริตประพฤติมิชอบ ฟอกเงิน และคดีอื่นๆ ที่นำไปซุกซ่อนในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก เกาะเจอร์ซีย์ และเกาะเกิร์นซีย์ ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำลังประสานงานกับต่างประเทศเพื่อยึด อายัด และริบทรัพย์ตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 อยู่หลายคดี คาดว่าจะนำทรัพย์สินดังกล่าวทั้งหมดกลับคืนมาประเทศไทยได้ในไม่ช้า