หน้าแรก การเมือง คิวแน่น! นายก...

คิวแน่น! นายกฯ แจงภารกิจ 11 วัน บินประชุมสุดยอดอาเซียนออสเตรเลีย

4.03.24 | 10:14 น.

คิวแน่น! นายกฯ แจงภารกิจ 11 วัน บินประชุมสุดยอดอาเซียนออสเตรเลีย ถกทวิภาคี ‘นายกฯกัมพูชา-มาเลย์’ ก่อนบินเยอรมนี-ฝรั่งเศส พบมาครง-นายกฯเยอรมัน จ่อดันเอฟทีเอ-ถกยกเว้นวีซ่าแชงเก้น-ทาบจัดแข่งรถ F1 ในไทย หอบนำสินค้าไทย เปิดตลาดยุโรป

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 4-6 มี.ค. และเดินทางเยือนเยอรมันและประเทศฝรั่งเศส ว่า การเดินทางไปร่วมประชุมอาเซียน-ออสเตรเลีย ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีประเทศอาเซียนเข้าร่วมหลายประเทศ โดยจะนัดหารือหลายเรื่อง และหารือทวิภาคีกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยประเด็นที่จะพูดคุยกับนายกฯกัมพูชา เป็นเรื่องที่พูดคุยค้างกันอยู่ทั้งการอำนวยความสะดวกการเดินทางไปมาของทั้งสองประเทศ เรื่องฝุ่น PM2.5 เรื่องพื้นที่ทับซ้อน ส่วนการพูดคุยกับนายกฯมาเลเซียจะพูดคุยเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดพื้นที่ชายแดนให้ค้าขายสะดวกมากขึ้น

นายเศรษฐากล่าวว่า สำหรับออสเตรเลีย ถือเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของไทย จะพูดคุย อำนวยความสะดวกคนไทยในออสเตรเลีย เรื่องแลกเปลี่ยนการศึกษาและเกษตร จากนั้นในวันที่ 6 มี.ค.จะเดินทางต่อไปที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในงาน International Tourism Berlin (ITB) ที่เป็นงานด้านการท่องเที่ยวเบอร์ลิน และช่วงบ่ายวันเดียวกันจะเดินทางต่อไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พบปะกับโฟล์ค สวาเกน Volkswagen และจะพูดคุยนำฟอร์มูล่าวันมาจัดการแข่งขันในประเทศไทย รวมถึงไปเชิญชวนให้มาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย และจะได้พบปะพูดคุยกับนายเอ็มมานูเอ็ล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส พร้อมร่วมงานเทศกาล MIPIM ที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอุตสาหกรรมการบริหารจัดการผังเมืองและโครงสร้างขนาดใหญ่ ก่อนจะเดินทางกลับไปที่เยอรมนีอีกครั้ง โดยจะถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการและจะมีการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีของเยอรมัน ก่อนเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 14 มี.ค. และช่วงเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน จะพบหารือกับนางจีนา เรมอนโด รมว.พาณิชย์สหรัฐอเมริกา

“การเดินทางไปครั้งนี้ จะมีการหารือเรื่องวีซ่าแชงเก้น, การเจรจาข้อตกลงเอฟทีเอให้บรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และได้เตรียมผลิตภัณฑ์สินค้าของไทยไปแสดงในต่างประเทศ ส่วนจะเป็นสินค้าอะไรยังไม่เปิดเผย ขอให้ติดตามต่อไป โดยเรื่องการค้าขายถือเป็นเรื่องสำคัญ”