ทำไม “คะแนน” อันมาจากดัชนีภาพลักษณ์ “ความโปร่งใส”ซึ่งมาจาก “องค์กรความโปร่งใสระหว่างประเทศ”
จึงสร้าง “ความหงุดหงิด”
ทั้งๆที่การลดจาก 38 ของปี 2558 มาอยู่ที่ 35 คะแนนในปี 2559 ถือว่าไม่มาก
แค่ 3 คะแนนเท่านั้น
ทั้งๆที่การเพิ่มจากอันดับที่ 76 ไปอยู่ที่อันดับ 101 ก็เป็นเพียง แค่ 5 ในเมื่อจำนวนประเทศเพิ่มจาก 168 เป็น 176
ต่างกันถึง 8 ประเทศ
เหตุผลที่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ออกมาชี้แจงก็มีน้ำหนัก เหตุผลที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาแถลงก็น่าเชื่อถือ
แล้วทำไมจึงต้อง “หงุดหงิด”
เหตุผล 1 เป็นเพราะเป็น “คะแนน” อันมาจาก “ต่างประเทศ”
เหตุผล 1 เป็นเพราะเคยชื่นชมอย่างยิ่งเมื่อปี 2558
ยิ่งกว่านั้นยังอยู่ที่”จังหวะ” ยังอยู่ที่”เวลา”
จังหวะและเวลานี้เป็นจังหวะและเวลาแห่งการกระชับ”พื้นที่”อย่าง เข้มข้นเป็นพิเศษ
เห็นได้จาก “พรบ.คอมพิวเตอร์”
นั่นคือ บาทก้าวสำคัญของการควบคุมแม้ไม่มีคำว่า “ซิงเกิล เกตเวย์” อยู่เลยก็ตาม
เห็นได้จาก “ร่างพรบ.สื่อ”
นั่นคือ บาทก้าวสำคัญของการเข้าไปจัดแถวให้กับ “สื่อ”ภายใต้คำขวัญที่กระหึ่มในห้วงแห่งการเป่านกหวีด “ชัตดาวน์”ก่อนรัฐประหาร
“ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”
ทั้งหมดเป็นพิมพ์เขียวเดียวกันกับที่ทำได้ผลมาแล้วในห้วงก่อน “ประชามติ”เดือนสิงหาคม 2559
แต่แล้ว “ดัชนี” ด้าน”ความโปร่งใส”ก็ปรากฏ
ความอ่อนไหวเป็นอย่างมากก็คือ รายงานประจำปี 2016 นี้ดำเนินไปในลักษณะอันเป็น “สาธารณะ”
เมื่อเป็น”สาธารณะ”ย่อมไม่เป็น “ความลับ”
อย่างน้อยที่สุดทุกถ้อยคำของ “รายงาน” ย่อมแสดงผ่านเว็บไซต์ของ “องค์กร”
ไม่มีปิดบังอำพราง ไม่มีลับๆล่อๆ
หากมี “มือดี” แปลและเรียบเรียงออกมาเป็น “ภาษาไทย”เมื่อ ใดหมายความว่า
ทุกขุมขนล้วนถูก “แผ่แบ”
ล่อนจ้อนยิ่งกว่า “น.ส.ม่วน ยาจำปา”ซึ่งวิ่งโทง-โทงในราวป่าไพร พนมพฤกษ์
ตรงนี้ต่างหากที่จำเป็นต้อง”หงุดหงิด”
เพราะว่านับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา ล้วนอยู่ในบรรยากาศแห่งการตั้งตัวเป็นศัตรูกับ “ความโปร่งใส”
แต่แล้ว “ความโปร่งใส” กลับเป็น “บูมเมอแรง”

