เลขาฯ ส.ป.ก.ชี้ 2 กระทรวงเข้าใจกันแล้ว ที่ผ่านมาช่างหัวมัน บอก ชัยวัฒน์นักอนุรักษ์ ส่วนตัวเองมีหน้าที่หาที่ดินให้คน
วันที่ 4 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันแถลง ภายหลังประชุมแก้ไขปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก.ทับซ้อน พื้นที่เขตป่าอุทยานแห่งชาติ
โดยนายจตุพรกล่าวว่า การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ การทำงานของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีเป้าหมายทำงานเพื่อประชาชน สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นอกจากดูแลพื้นที่ป่า ทะเล และสัตว์ป่า รวมถึงพื้นที่ของพี่น้องประชาชนด้วย เช่นเดียวกับกระทรวงเกษตรฯ พื้นที่ทำกินให้กับประชาชน ดังนั้นการพูดคุย และหารือในวันนี้ก็จะมีแนวทางมาตรการในการทำงานที่ผ่านมาและในอนาคต เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และตนกับกระทรวงเกษตรฯ ก็ไม่ได้มีอะไร

นายจตุพรกล่าวว่า ทั้งหมดนี้ก็ไม่มีอะไร เพราะตนและกระทรวงเกษตรฯ ทำงานร่วมกันมาตลอด และอธิบดีของทั้ง 2 กระทรวงฯ ก็พูดคุยกันมาตลอด วันนี้ก็นำข้อเท็จจริงมาคุยกันเพื่อหาแนวทางในการทำงาน
ขณะที่ นายประยูรกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีการทำงานมาตามลำดับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดประเด็นปัญหาตรงนี้ เรามีคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน ซึ่งหลังจากได้รับที่ดินมาจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เราก็มีคณะทำงานมาจำแนกที่ดินในการประชุมคณะกรรมการชุดนี้ เราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่ง One Map ได้ดีมาก แต่หากเจอปัญหาตรงไหนควรนำมาแก้ก่อน ซึ่งคณะกรรมการ One Map ก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ
โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ต้องให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน และเมื่อวานแบบเสนอไปที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติแล้ว ถือว่าได้ข้อยุติตกลงทั้งสองหน่วยงานว่า เราจะเดินตามคณะกรรมการ One Map ที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเคาะลงมา เพราะฉะนั้นคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติว่าอย่างไร เราก็ยึดตาม ซึ่งที่ดินที่อยู่ระหว่างแนวเขต ส.ป.ก. และป่าอนุรักษ์ หากจัดสรรให้เกษตรกรไปแล้วจะกระทบกับแนวเขตตรงนั้น ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ได้ให้นโยบายไว้ว่าจะเว้นจุดนั้นไว้ ไม่ให้เกษตรกรเข้าไปใช้พื้นที่ และอาจจะเป็นการปลูกป่าชุมชน หรือทำพื้นที่เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออุทยานด้วย

นายจตุพรกล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีประเด็นว่า คนที่ได้พื้นที่อาจจะไม่ใช่เกษตรกรที่แท้จริง ขณะนี้ตนได้มีคำสั่งมอบหมายไปกับผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ ให้ไปเป็นหัวหน้าทีมและตั้งคณะทำงานในระดับเขตและจังหวัด ตรวจสอบว่าเกษตรกรที่เป็นเจ้าของที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศนั้น เป็นเกษตรกรจริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่เกษตรกรก็ขอให้ไปยกเลิกสิทธิตรงนั้น และให้ไปตรวจสอบ พร้อมดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่ไปจัดสรรพื้นที่ให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เกษตรกรมายึดครองที่ดิน ส.ป.ก. ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่เป็นที่ดินที่มอบหมายให้กับเกษตรกร และเป็นเกษตรกรที่แท้จริง ทางเกษตรกรก็ถือครองไปตามปกติ
ขณะที่เราคุยนี้ ไม่ใช่เฉพาะที่ดินที่เขาใหญ่ แต่เป็นที่ดินทั้งประเทศ ตรงไหนที่มีประเด็นปัญหาก็ให้คุยกันก่อนในระดับพื้นที่ และตรงไหนที่คิดว่าเกิดการทับซ้อน เราจะส่งเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และคณะกรรมการ One Map ตัดสินให้กับเรา เพราะฉะนั้นการตัดสินข้อพิพาท เราจะยึดตามที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงเกษตรยินดีรับปัญหาเหล่านี้มาพิจารณาร่วมกัน
นายอรรถพลกล่าวว่า ตนก็ได้พูดคุยกับเลขาฯ ส.ป.ก. แล้วว่าเราจะกำหนดทีมงานทำงานร่วมกัน ในระดับส่วนกลาง และวันนี้เรามีคณะทำงานส่วนกลางทั้งสองกรม และมีหน่วยงานในพื้นที่ที่จะต้องประสานงานกับร่วมกัน ซึ่ง 30 วันแรกจะเป็นกรอบดำเนินการที่เราจะต้องเร่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยนำขอบเขตที่เป็นขอบเขตตามกฎหมายของทั้งสองหน่วยงาน เอามาวางเปรียบเทียบกันว่ามีการทับซ้อนหรือไม่ตรงกันอย่างไร และกำหนดพื้นที่ทั้งสองเส้นนั้นให้เป็นพื้นที่เป้าหมาย เพื่อจะได้ทราบว่าทั้งประเทศมีพื้นที่ไหนบ้างที่มีเส้นไม่ตรงกัน และมาทำการตกลงกันภายใน 30 วัน ส่วนที่เหลือต้องรอผลการพิจารณาของอนุกรรมการแผนที่ทับซ้อน หรือ One Map ที่อยู่ภายใต้คณะคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบที่ดินของ ส.ป.ก. ภายใน 2 เดือน แต่สิ่งที่เราเร่งรัดว่าตรงไหนที่เรายังได้ข้อยุติไม่ตรงกันก็จะเข้าไปสู่คณะกรรมการ One Map แต่ถ้าตรงไหนสามารถยุติกันได้ ทั้งสองหน่วยงานก็สามารถเดินหน้าได้เลย เพื่อกลับมาเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หรือเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.

นายวิณะโรจน์กล่าวว่า ในส่วนของ ส.ป.ก. ตนมีหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ให้แต่งตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย 9 หน่วยงาน อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมธนารักษ์ กรมการปกครอง เข้ามาเป็นคณะทำงานตรวจสอบว่า ส.ป.ก. ออกเอกสารสิทธิทับซ้อนพื้นที่ของทั้ง 9 หน่วยงานหรือไม่ เพื่อเป็นการคัดกรองว่า พื้นที่ ส.ป.ก. ไม่ไปอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานราชการอื่น ส่วนเรื่องการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตนก็ดำเนินการ และมีการตรวจสอบทุกปี สแกนพื้นที่ทางแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ทุกหน่วยงานวันนี้เราคิดว่าควรจะทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น และเรายินดีให้ตรวจสอบ หากพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ทับซ้อน ยังไม่ได้ข้อยุติก็จะส่งให้คณะกรรมการ One Map เพื่อให้มีความชัดเจนต่อไป
“ถ้าเป็นพื้นที่ที่กรมอุทยานฯ เตรียมการไว้ ท่านต้องแจ้งเรา เพราะบางทีเราไม่รู้ ทำให้ออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนบ้างหรือไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องเยียวยาต่อไป วันนี้ในมิติของการทำงานเราขอทำงานด้วยกัน เรื่องอดีตก็ช่างหัวมัน เราไม่ขอพูด เพราะสุดท้ายพี่ก็ต้องทำงานให้ชาวบ้าน ผมก็ต้องทำงานให้ชาวบ้านเหมือนกัน เพียงแต่เจตนารมณ์ของแต่ละหน่วยงานมีมิติการทำงานไม่ตรงกัน พี่ชัยวัฒน์เป็นนักอนุรักษ์ ส่วนผมมีหน้าที่หาที่ดินให้คน ก็ต้องทำตามหน้าที่ เพียงแต่ว่าวันนี้เราต้องคุยกัน และ ส.ป.ก.ได้ทำหนังสือถึงทุกจังหวัดแล้ว เพื่อทำงานร่วมกัน”
เมื่อถามว่า ตอนนี้ประชาชนมีความกังวลว่า ส.ป.ก.ก็จะถอนที่ดินของเขาออกไปนั้น เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวว่า เรากำลังคุยกัน พี่น้องประชาชนยังไม่ต้องกังวล เพราะถ้าไปทับซ้อน หรือมีมติออกมาอย่างไร รัฐบาลเยียวยาอยู่แล้ว เพราะแต่ละหน่วยงานมาตราส่วนแผนที่ในสมัยก่อนไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณแนวตะเข็บ ซึ่งคณะกรรมการ One map กำลังรับผิดชอบดูแล และรัฐบาลจะมีมติในการเยียวยา ท่านไม่ต้องกังวลอะไรที่ วันนี้ยังไม่เสร็จ ท่านก็ดำรงชีวิตตามปกติของท่านไป เพราะท่านก็อยู่ตรงนี้มานานแล้ว ก็รอให้รัฐชัดเจนเรื่องของแนวเขต ซึ่งแต่ละหน่วยก็จะมีการเยียวยาให้ต่อไป
เมื่อถามถึง กรณีที่ ส.ป.ก.แจ้งความดำเนินคดีกรณีที่มีการถอนหมุด ส.ป.ก. ได้มีการหาข้อยุติกันหรือไม่ หรือจะต้องให้คณะกรรมการ One map เป็นผู้พิจารณา นายจตุพรกล่าวว่า เรื่องนี้ก็คุยกันแล้ว ซึ่งมีเวลา 2 เดือนในการดูพื้นที่ตรงนี้ ส่วนกรณีเรื่องการแจ้งความดำเนินคดี ตนรับผิดชอบเอง ไม่เป็นไร เพราะทุกคน เช่นนายชัยวัฒน์ก็อยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็ไม่เป็นไร และไม่มีปัญหา ขอให้ทำแบบตรงไปตรงมา เมื่อเส้นแบ่งเขตของคณะกรรมการ One map มา ทุกอย่างก็จบ เราตกลงกันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ระบุว่าจะไม่ยอมรับคณะกรรมการ One map นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ในตัวข้อตกลงการเจรจาวันนี้ เราต้องยอมรับว่าปลัดทั้งสองกระทรวงมีความเห็นตรงกัน ตนผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยอมรับ ในส่วนคณะกรรมการ One map ที่ตั้งขึ้นมา ที่ตนบอกว่าจะไม่ยอมรับ หมายความว่ากรณีที่กรมแผนที่ทหารทำแผนที่ฉบับนั้น ตนไม่ยอมรับตรงนั้น แต่จากวันนี้เป็นต้นไปเป็นอำนาจของคณะกรรมการวัน One map ซึ่งเป็นคนขีดเส้น

