พิพัฒน์ เจรจาทูตเกาหลี เพิ่มโควต้าส่งออกแรงงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยว 2 ประเทศ
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายพัก ยงมิน (Mr. Park Yongmin) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการด้านแรงงาน โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมที่กระทรวงแรงงาน
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ประเทศไทยและเกาหลีมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกันมาอย่างยาวนานกว่า 65 ปี และมีความร่วมมือที่ดีต่อกันมาโดยตลอด โดยปัจจุบันข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2567 มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในเกาหลี จำนวนประมาณ 20,231 คน ขอขอบคุณรัฐบาลเกาหลีที่ให้การดูแลแรงงานไทยในเกาหลีเป็นอย่างดีและช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นอันดับ 3 ขณะเดียวกันคนไทยเองก็นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในเกาหลีเช่นกัน
นายพิพิพัฒน์กล่าวว่า ความร่วมมือในการจัดส่งแรงงานฝีมือไปทำงานอู่ต่อเรือในเกาหลีใต้ (E-7) ขณะนี้จัดส่งไปแล้ว 1,202 คน และมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี ที่เพิ่มจำนวนโควต้าการจัดส่งแรงงานไทยในประเภทกิจการอุตสาหกรรมสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วจากเดิม 4,800 คน เป็น 5,500 คน เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 14.6 และทราบว่า HRD Korea จะเปิดรับแรงงานประเภทกิจการประมงและการบริการ เช่น โรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียม และงานบริการในร้านอาหาร เพิ่มเติมในปี 2567 ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการมีงานทำสำหรับแรงงานไทยมากขึ้น ขณะที่ความคืบหน้าการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาล (E-8) ภายหลังจากที่กรมการจัดหางานได้เอ็มโอยูกับ อ.จินอัน จ.ชอลลาบุกไปแล้วนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาลงนามเพิ่มเติมอีก 3 อำเภอ ใน จ.ชอลลานัม ร่วมมือในการพิจารณาเอ็มโอยู

นายพิพิพัฒน์กล่าวอีกว่า อีกทั้งตนและคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน มีกำหนดการจะเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคมนี้ เพื่อศึกษาดูงานด้านกองทุนเงินทดแทนที่สำนักงานสวัสดิการแห่งชาติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ก็จะถือโอกาสนี้ไปพบหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดทำเอ็มโอยูจัดส่งแรงงานภาคเกษตรตามฤดูกาลด้วย ส่วนความคืบหน้าการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี (EPS (E-9)) ฉบับที่ 7 ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือรายละเอียดร่วมกันเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ และความคุ้มครองให้แก่แรงงานและปรับแนวปฏิบัติในการสอบให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นคาดว่าจะลงนามได้ในเร็วๆ นี้
นายพัก ยงมิน กล่าวว่า ทางการเกาหลียินดีอย่างยิ่งที่จะทำงานร่วมมือกับรัฐบาลไทยและกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะความร่วมมือในการส่งเสริมให้แรงงานไทยได้ไปทำงานภาคเกษตรตามฤดูกาล รวมทั้งอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น และการหารือในวันนี้จะนำไปสู่ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดที่จะเป็นประโยชน์ต่อสองประเทศที่จะร่วมมือกัน ทั้งด้านการจัดส่งแรงงานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวอันจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

