‘อภิชาติ’ ชี้ ‘หนองวัวซอโมเดล’ ไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน เหตุถูกบังคับเช่าทั้งหมด แนะ ‘รมว.กลาโหม’ ควรเริ่มต้นตั้งแต่ ‘พิสูจน์สิทธิ’ เพื่อจัดกลุ่ม-ยกระดับถึงกรรมสิทธิ์
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี “หนองวัวซอโมเดล” ว่า ชาวบ้านมีการมาร้องเรียน ว่ามีการบังคับให้เช่าที่ดิน ทั้งที่มีหลักฐานว่าอยู่มาก่อน เช่น ใบตราจองหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ซึ่งไม่เป็นธรรมกับประชาชน
โดยโมเดลของกระทรวงกลาโหมคือ ให้ชาวบ้านเช่าตามหลักฐานที่ราชพัสดุ ซึ่งชาวบ้านได้มีการโต้แย้งสิทธิว่า มาอยู่ก่อน ทำไมไม่มีกระบวนการในการพิสูจน์สิทธิก่อน และสิทธิที่ชาวบ้านมี คือ แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน หรือใบ สค.1 ที่อยู่ก่อนประกาศเป็นที่ของรัฐ เพราะมีหลักฐานจริง คือ ใบ สค.1 และใบตราจอง
นายอภิชาติกล่าวต่อว่า ถ้ามีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ การที่จะเป็นโมเดลให้ชาวบ้านเช่า น่าจะไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องเริ่มกระบวนการพิสูจน์สิทธิ แล้วค่อยแบ่งคนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มที่มีสิทธิจะได้รับโฉนด ถ้ามีหลักฐานชัดต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ กลุ่มที่มาอยู่ทีหลังก็อาจจัดในรูปแบบของการเช่า และกลุ่มที่อยู่มานานแล้ว ก็อาจจะให้ระดับสิทธิที่ดีกว่าการเช่า จึงจะเป็นโมเดลที่ถูกต้อง ถ้าหากบังคับให้เช่าทั้งหมด ก็ไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน
ดังนั้น ตนจึงฝากไปถึง นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ถ้าเป็นโมเดลที่ให้สิทธิชาวบ้านจริง ต้องพิสูจน์สิทธิก่อน ถ้าเขามีสิทธิก็จะสามารถออกโฉนดได้ ซึ่งเราได้ไปดูหลักฐานแล้ว ชาวบ้านมีสิทธิจริง เดี๋ยวจะกลายเป็นโมเดลที่ไม่ถูกต้อง โมเดลที่ถูกต้องคือ ให้สิทธิชาวบ้านยกระดับถึงกรรมสิทธิ์ก่อน ซึ่งมีกระบวนการพิสูจน์สิทธิอยู่แล้ว และชาวบ้านก็พร้อม เพราะมีหลักฐาน

