หน้าแรก การเมือง ชาวไร่ยาสูบอี...

ชาวไร่ยาสูบอีสาน วอน สุทิน ปราบบุหรี่เถื่อน หลังระบาดหนักเกือบทั่วประเทศ

5.03.24 | 17:50 น.

ชาวไร่ยาสูบอีสาน วอน สุทิน ปราบบุหรี่เถื่อน หลังระบาดหนักเกือบทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนสมาคมการค้าชาวไร่ยาสูบเตอร์กีซภาคอีสาน ได้ยื่นหนังสือต่อ นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเรียกร้องให้มีการสั่งการไปยังทหารทุกเหล่าทัพในการร่วมกันปราบปราม และจับกุมบุหรี่เถื่อนตามแนวชายแดน ทั้งทางบกและทางทะเลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะทางบกในภาคตะวันออก และทางทะเลในภาคใต้ ที่เป็นช่องทางที่สำคัญของการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งกินส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบถึง 1 ใน 4 ของตลาดยาสูบปัจจุบัน

นายสันต์ หารสุโพธิ์ ตัวแทนชาวไร่ยาสูบอีสาน กล่าวว่า นายสุทินเป็น ส.ส.ที่ช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบในภาคอีสานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ตนและพี่น้องชาวไร่ยาสูบหวังว่านายสุทินจะคอยช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ยาสูบในภาคอีสานต่อไป เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมยาสูบอ่อนแอมากจากปัญหาบุหรี่เถื่อนที่รุกหนัก กระทบถึงความเป็นอยู่ของชาวไร่ยาสูบที่พึ่งพาโควต้าการปลูกจากการยาสูบแห่งประเทศไทย แต่เมื่อบุหรี่ถูกกฎหมายสู้บุหรี่เถื่อนไม่ได้ โควต้าก็ไม่เพิ่ม การปลูกยาสูบหมุนเวียนกับพืชชนิดอื่นก็ทำให้รายได้ที่ควรได้ในช่วงนี้หายไป โดยปกติแล้วจะใช้เป็นเงินสำรองด้านการศึกษาของบุตรหลานในช่วงภาคการศึกษาใหม่ที่กำลังจะมาถึง ดังนั้น ตนและพี่น้องสมาชิกสมาคมจึงหวังพึ่ง รมว.กลาโหม ให้ช่วยสั่งการเรื่องนี้ลงไปยังเหล่าทัพต่างๆ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง น.ส.ชญาภา สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ก็ได้พบปะพูดคุยกับชาวไร่ยาสูบ และได้รับปากว่าจะเร่งรัดดำเนินการเพื่อช่วยเหลือปราบปรามเรื่องของบุหรี่เถื่อน รวมทั้งจะนำหนังสือของชาวไร่ยาสูบนำเรียนและชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป

“ที่ผ่านมามีการจับกุมบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ แต่ชาวไร่ยาสูบมองว่าหากมีการจับกุมตั้งแต่ช่วงการนำเข้าตามพรมแดนธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ใต้การดูแลของทหาร จะช่วยลดการแพร่กระจายของบุหรี่เถื่อนในประเทศได้ เพราะเมื่อข้ามชายแดนมาได้แล้วก็ไม่ยากเลยที่จะกระจายสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ไปตามที่ต่างๆ ผ่านพัสดุไปรษณีย์หรือขนส่งทางบก“ นายสันต์กล่าว

นายสันต์ระบุด้วยว่า ปัจจุบันในพื้นที่ภาคอีสานมีชาวไร่ยาสูบประมาณ 15,000 ครัวเรือนใน 8 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, นครพนม, สกลนคร, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และหนองคาย ปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์กีซเป็นหลัก โดยฤดูกาลปลูกจะเริ่มในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน การปลูกยาสูบเตอร์กีซจะช่วยสร้างรายได้ให้ชาวไร่ยาสูบเฉลี่ยไร่ละ 16,000 บาท ทำให้ชาวไร่ยาสูบมีหลักประกันรายได้ที่มั่นคงเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง และสามารถนำเงินไปลงทุนทำการเกษตรหมุนเวียนพืชอื่นๆ ในฤดูฝนถัดไป รวมถึงเพียงพอต่อการดำรงชีพของครอบครัวด้วย

Advertisement