หมออ๋อง แจงยิบไปทำเนียบ ยันไม่ได้บุก ครูมานิตย์ลุกอัด เรียกก้าวไกลไอ้หนู ทำประท้วงวุ่น

“ปดิพัทธ์” แจงยิบ ไม่ได้บุกทำเนียบ ยันประสานทุกขั้นตอนจนรู้ชื่อ-ตำแหน่งคนมารับ แต่กลับไม่เป็นไปตามนั้น ภาพเลยออกมาทุลักทุเล ฟาก”ครูมานิตย์”ถามใครใช้ให้ไป จนถูกส.ส.ก้าวไกลประท้วงวุ่น ทำ”ครูมานิตย์”ถึงขั้นเตือนนั่งเถอะ ”ไอ้หนู” ทำ”โรม”ลุกขึ้นโวย ไม่ให้เกียรติกัน

เมื่อเวลา 15.53 น. วันที่ 6 มีนาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงานนั้น นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ชี้แจงพร้อมเอกสารประกอบ กรณีที่ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตำหนิการทำหน้าที่รองประธานฯ บุกไปทำเทียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อทวงถามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินว่า ไม่ได้เป็นการบุก ท่านใดที่คิดว่าตนบุกทำเนียบ ซึ่งบุกเป็นคำพูดที่สื่อมวลชนใช้เอง

แต่ตนทำเรื่องขอเข้าพบ โดยหนังสือฉบับแรกที่ตนขออนุญาตถามรายละเอียด พ.ร.บ.การเงิน เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม เพราะตนอยากทราบว่า เริ่มต้นปีใหม่ สภาจะพิจารณากฎหมายได้กี่ฉบับ เป็นร่างรัฐบาลกี่ฉบับ ร่างการเงินกี่ฉบับ ไม่เป็นการเงินกี่ฉบับ โดยสอบถามสถานะของกฎหมายทั้งหมด เพราะรอหน่วยงานในการให้ความเห็น ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าหน่วยงานไหนให้แล้ว หน่วยงานไหนยังไม่ให้ จึงได้สอบถามไปทั้งหมด 35 ร่าง

นายปดิพัทธ์กล่าวต่อว่า วันที่ 26 มกราคม มีหนังสือจากเลขาธิการนายกฯตอบกว้างๆ ว่า กำลังรอความเห็นจากหน่วยงานอยู่ และวันที่ 31 มกราคม ทางเลขาธิการสภาจึงทำหนังสือไปอีกรอบเพื่อสอบถามในรายละเอียดว่าตกลงแล้วคำว่ารอความคิดเห็นของหน่วยงานนั้นเป็นไปตามที่ตนต้องการรายละเอียดหรือไม่ ถัดมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ตนทำหนังสือขอเข้าไปดูขั้นตอน เพราะตนคิดว่า สำนักเลขาธิการทั้งสองสำนัก มีโอกาสต้องประสานงาน

Advertisement

จึงอยากทราบว่า กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นหน่วยงานนั้นเป็นอย่างไร แล้วเราจะมีตัวชี้วัด มีกรอบเวลาให้กับหน่วยงานต่างๆ อย่างไรบ้าง และมีหนังสือตอบกลับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งยังไม่ให้รายละเอียดเหมือนเดิม ให้เพียงกรอบกว้างๆ ว่ากฎหมายการเงินพิจารณาอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ตนถาม เพราะคำตอบที่ตนถามคือค้างอยู่ที่หน่วยงานใด จำนวนเท่าไหร่ และมีกรอบเวลาในการติดตามอย่างไรบ้าง

นายปดิพัทธ์กล่าวอีกว่า วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ตนจึงทำหนังสืออีกรอบ ว่าตนจำเป็นต้องเข้าพบเลขาธิการสำนักนายกฯ เพื่อจะจัดการปัญหาเรื่องนี้ให้โปร่งใสให้ได้ เพราะตนผลักดันในเรื่องสภาโปร่งใส เมื่อเราโปร่งใสในฝั่งสภาแล้ว เราก็อยากจะเห็นความโปร่งใสของฝั่งบริหารด้วย และวันที่ 29 ก.พ. เป็นวันที่มีหนังสือส่งกลับมา ใจความคือ ไม่ต้องไป เดี๋ยวเขาจะมาชี้แจงเอง ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนจำเป็นต้องปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก เพราะร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดเป็นกฎหมายของทุกพรรคการเมือง มีทั้งของพรรคก้าวไกล เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และประชาชาติ

“ผมจึงตัดสินใจเดินทางไปทำเนียบ ตอนไปถึงทำเนียบ ผมให้เลขาฯกับตำรวจไปประสานงานก่อนในช่วงเช้าว่าผมมาตามคำยืนยัน แต่ปรากฏว่ามีตอบแชตไลน์ ตำรวจรับทราบแล้วว่าจำมีคนมาต้อนรับผม ชื่ออะไรบ้าง ตำแหน่งใดบ้าง แต่เมื่อผมไปถึงสถานที่จริงก็ไม่ได้รับการปฏิบัติแบบที่ประสานไว้ เพราะฉะนั้นภาพอาจจะดูทุกลักทุเลไม่สักนิด แต่ผมยืนยันว่าเป็นการเข้าพบโดยกระบวนการที่ถูกต้องและประสานงานล่วงหน้า ไม่ได้เป็นการบุก ไม่ได้เข้าไปก้าวล้วงหรือก้าวล้ำเข้าไปในการตัดสินใจของนายกฯ นี่คือข้อเท็จจริง” นายปดิพัทธ์กล่าว

Advertisement

จากนั้น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ที่ผ่านมาตนไม่เคยก้าวล่วงท่านเลยแม้แต่เรื่องเดียว ไม่ว่าจะเรื่องเชียร์เบียร์ หมูกระทะ หรือการไปประเทศสิงคโปร์ แต่การไปทำเนียบของท่านเป็นหน้าที่ตามข้อบังคับข้อไหน เพราะหน้าที่ของประธานตามข้อบังคับหมวด 2 ข้อ 9 ระบุชัดเจน และฐานันดร ท่านเป็นทั้งรองประธานสภา คนที่ 1 และ ส.ส.และตามข้อ 10 มีหน้าที่ช่วยประธานสภา หรือปฏิบัติตามที่ประธานสภา มอบหมาย ซึ่งถามว่าประธานสภา มอบหมายท่านหรือไม่ และเป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีรถตำรวจนำ เปิดไฟโร่ไปบนถนนเพื่อไปทำเนียบ ซึ่งตนอยากทราบเจตนาของท่าน

นายครูมานิตย์กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 133 ที่เกี่ยวกับกฎหมายการเงินการคลังนั้น เอาจริงๆ ต่อให้ไม่ใช่กฎหมายการเงิน การคลัง ผู้ที่บังคับใช้คือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้รับผิดชอบในการเสนอกฎหมายและรับสนองพระบรมราชโองการเพื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาก็คือนายกฯ ทั้งนี้ กฎหมายบางฉบับอย่างเช่นเรื่องเงินนอกงบประมาณของพรรคก้าวไกล ที่ให้ดูเรื่องเงินนอกงบประมาณซึ่งเกี่ยวข้องกับ 20 กระทรวง ตนก็เห็นด้วย แต่จะให้ทำออกมาเป็น พ.ร.บ.ทันทีทันใดเลยก็ไม่ได้

ทั้งนี้ นายปดิพัทธ์ได้เบรกนายครูมานิตย์ว่าอภิปรายพอสมควรแล้ว ทำให้นายครูมานิตย์กล่าวว่า ยังพูดไม่จบ ขอให้ตนได้พูดเพราะตนไม่ได้เกเรกับท่านประธาน ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง ซึ่งนายปดิพัทธ์ได้กล่าวตอบว่า อย่าประท้วงเลย ด้าน นายครูมานิตย์กล่าวต่อทันทีว่า “อย่าประท้วงเลย ไม่มีประโยชน์หรอกน้อง เอาความจริงมาพูด นั่งเถอะไอ้หนู” จากนั้น นายครูมานิตย์อภิปรายต่อสักพัก ทำให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลลุกขึ้นประท้วงประธาน ขอให้ควบคุมการอภิปราย เพราะยังมีสมาชิกรออภิปรายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอีกจำนวนมาก

จากนั้น นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงประธานขอให้ควบคุมการประชุม เพราะตอนนี้มีสมาชิกอีกหลายคนรออภิปรายอยู่ และทางนายครูมานิตย์ก็พูดไปพอสมควรแล้ว เรื่องพาดพิงตนคงไม่อะไร แต่จริงๆ เมื่อสักครู่นายครูมานิตย์ได้พาดพิงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแล้วขึ้นไอ้เลย จึงอยากให้ถอนเพราะเป็นการไม่สมควร

นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ตนขอชี้แจงเลย เพราะใช้เวลาพอสมควร เรื่องแรกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาหรือไม่ ขณะที่นายปดิพัทธ์กำลังจะชี้แจงต่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงขึ้นว่า ตนมีข้อสังเกตในเรื่องที่นายปดิพัทธ์ได้ไปตามเรื่องกฎหมายทางการเงิน ต้องเรียนว่า ทำไมกฎหมาย จึงกำหนดให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพราะหลายครั้งที่เราไปออกกฎหมายจนกระทั่งงบประมาณที่มีอยู่กลายเป็นรายได้ของหน่วยงานนั้น วันนี้เม็ดเงินนอกงบประมาณมีมากกว่างบประมาณ 5.9 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารเราแยกหน้าที่กัน และเราเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เราไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ท่านตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องของท่าน แต่อะไรที่กำหนดเป็นหน้าที่ของนายกฯ เราอย่าไปยุ่ง ตนก็เคยเป็นฝ่ายบริหารแต่ก็ไม่เคยทำเช่นนี้ การไปถามว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับกฎหมายอะไร ขอให้เป็นหน้าที่ของนายกฯ เราเสนอกฎหมายไปก็จริง แต่ขอให้เป็นนายกฯเป็นคนตัดสินใจ ขอให้ท่านหยุดอยู่แค่นี้

ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่า ตอนนี้เรากำลังอภิปรายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอยู่ และตอนนี้มีผู้อภิปรายเยอะมาก คิดว่าเราควรกลับเข้าสู่การอภิปราย

ทำให้ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า เมื่อเช้าตนถูกไล่ให้ไปลาออกเลย เรื่องนี้สำคัญ ฉะนั้นตนต้องชี้แจง ใช้เวลาชี้แจงไม่นานแน่นอน

ส่วน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงว่า เมื่อช่วงเช้าประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่าขอให้พูดอย่างจำกัด และนายครูมานิตย์ก็สงวนไว้ว่าจะพูดหากนายปดิพัทธ์ขึ้น ซึ่งตนไม่ได้ติดใจ แต่ตอนนี้นายปดิพัทธ์ขึ้นแล้วหากจะอนุญาตก็ขอให้อนุญาตเฉพาะคนที่ขอไว้เมื่อช่วงเช้า จึงขอให้นายปดิพัทธ์พอได้แล้ว และช่วงเช้าที่ผ่านมานายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ปิดให้ลงชื่อตอน 13.00 น. แล้วนายวรวัจน์มาลงชื่อตอนไหน จึงขอให้นายปดิพัทธ์วินิจฉัยได้แล้ว และขออย่าให้ใครมาบอกว่าอยู่มานาน คนอื่นที่อยู่ใหม่ๆ ไม่มีสิทธิจะพูด แบบนี้ไม่ถูกต้อง

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่า นายครูมานิตย์พูดถึง ส.ส.หลายสมัย แต่ใช้คำว่า ไอ้หนูกับเพื่อน ส.ส.ในห้องประชุมนี้ได้อย่างไร ตนรู้จักกับนายครูมานิตย์มานาน แต่การใช้คำว่า ไอ้หนู แบบนี้เป็นการไม่เคารพกัน ส.ส.จะ 1 สมัย 5 สมัย 10 สมัยก็เท่ากัน นายครูมานิตย์จะมาใช้คำพูดหยาบคาย เพื่อด้อยค่าเรื่องคุณวุฒิเช่นนี้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประธานต้องวินิจฉัยและให้นายครูมานิตย์ถอนคำพูด

ทำให้ นายปดิพัทธ์วินิจฉัยว่า เรื่องนี้ตนเข้าใจ เพราะช่วงเช้าตนไม่ได้มาฟังด้วยตนเอง จึงขอฟังจากนายครูมานิตย์ และนายวรวัจน์ให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนเรื่องการใช้คำพูดไม่สุภาพว่า ไอ้หนูนั้น ขอให้นายครูมานิตย์ถอนคำพูดด้วย ซึ่งนายครูมานิตย์ก็ยินดีถอน และกล่าวว่า ต้องกราบขออภัยนายรังสิมันต์และคณะด้วย

นายปดิพัทธ์ได้ชี้แจงอีกครั้ง ย้ำว่า ไม่ได้เป็นการบุกทำเนียบและไม่ได้เป็นการกดดันให้นายกฯเซ็นหรือไม่เซ็น แต่เป็นการติดตามความคืบหน้าของหน่วยงานที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรากฎหมาย ส่วนที่ถามว่าตนได้รับมอบหมายจากนายวันมูหะมัดนอร์หรือไม่นั้น ประธานสภามอบหมายให้ตนดูแลกิจการของสภา ในเรื่องการตราและบรรจุกฎหมาย ฉะนั้น ตนทำตามข้อบังคับข้อที่ 9(2) กำกับดูแลการดำเนินงานของสภา ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับตนแต่ขอยืนยันว่าตนทำตามข้อบังคับ และเจตนาที่จะให้กฎหมายของทุกคนได้พิจารณาเท่าเทียมกัน

จากนั้น เข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานตามเดินต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image