‘ไชยชนก’ วอนอย่าเข้าใจผิด ไม่โหวตร่างกม.คุ้มครองแรงงาน บางร่าง ไม่ใช่เข้าข้างนายทุน ระบุสถานการณ์สุ่มเสี่ยง นำ AI มาใช้ เผชิญ Disruption ทำคนตกงาน ให้พิจารณาอะไรที่จะส่งผลกระทบในแบบที่รับได้ และเป็นประโยชน์
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย อธิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ทั้ง 3 ฉบับ โดยมีความความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ Disruption ซึ่งได้อธิบายความหมายของ Disruption และมองว่า Disruption ที่กำลังเกิดขึ้น และเรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้จะส่งผลมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ เรื่องแรกคือสภาวะโลกร้อน ที่ร้อนขึ้นทุกวัน อุณหภูมิสูงขึ้น เรื่องที่สองคือ วิวัฒนาการของเทคโนโลยี AI ที่ต้องการความสะดวก จึงกังวลว่า Disruption จะส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย กังวลว่านายจ้างจะหันมาใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น เช่น การใช้หุ่นยนต์ในร้านอาหาร และสายพานในร้านจิ้มจุ่ม เพื่อลดเวลาให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องอ่านเมนู เป็นการลดต้นทุน เพื่อเพิ่มรายได้ มองว่าเทคโนโลยี AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้น และกังวลว่าแรงงานไทยจะปรับตัวไม่ทัน ก็จะเกิดความสูญเสีย การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจะนำไปสู่การลดจำนวนแรงงาน ซึ่งขณะนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ และผลกระทบจะหนักขึ้นเรื่อยๆ และต้องยอมรับว่าเรายังล้าหลังมาก ไม่มีการเตรียมตัวที่จะรับผลกระทบ
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีแรงงงานกี่คนที่ต้องตกงานเพราะสถานกาาณ์เช่นนี้ มีกี่สายงานสายอาชีพที่เราเคยมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน แต่ทุกวันนี้สั่นคลอนเพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ตามไม่ทัน แม้กระทั่งหมอ ทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยี และAI สามารถมาทดแทนการผ่าตัดในทุกกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยกว่าการที่มีหมอผ่าตัดทุกสิ่งที่ตนพูดไปนั้นเป็นเพียงสถานการณ์โลกปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญอยู่ และหลายประเทศก็เผชิญเช่นกัน
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ทั้งหมดที่พูดไปนั้น ยังไม่ได้พูดถึงผลกระทบของ พ.ร.บ. ทั้ง 3 พ.ร.บ. ที่เสนอในวันนี้ ทุกๆ ฉบับ ส่งผลกระทบในเชิงของการเพิ่มคุณภาพชีวิตของแรงงาน และเพิ่มภาระให้กับนายจ้าง ตนได้ยินเพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดว่า ใครก็ตามที่โหวตไม่เห็นด้วยกับหนึ่งในพ.ร.บ.ที่ถูกเสนอในวันนี้เท่ากับว่าไม่เห็นถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และแรงงาน แต่เอาใจนายทุน ตนเคารพความคิดของทุกท่าน แต่ขออนุญาตเห็นต่าง เพราะเชื่อว่าทุกๆ บริษัทไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หากมีกำลังก็จะเปลี่ยนจากการใช้แรงงานที่เป็นมนุษย์ ไปสู่การใช้เทคโนโลยีและ AI จึงเสนอให้พิจารณาถึงผลกระทบของ Disruption ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน
สส.บุรีรัมย์ กล่าวเพิ่มอีกว่า เชื่อว่าทุกคนเห็นว่า ทุกร่างจะเร่งเรื่อง disruption ที่เรายังไม่พร้อมจะรับมือ และเชื่อว่าทุกคนเล็งเห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงาน อยากให้พิจารณาให้ดีว่าอะไรที่จะส่งผลกระทบในแบบที่รับได้และเป็นประโยชน์
“พวกผมเห็นด้วยกับความเท่าเทียมต้องมาพร้อมกับความยุติธรรม ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่สามารถมองแค่เพียงมุมใดมุมหนึ่งได้อีกต่อไป และไม่อยากให้ทุกท่านเข้าใจผิด ซึ่งพวกผมเห็นด้วยกับความเท่าเทียม แต่ต้องมาพร้อมกับความยุติธรรม ความเหมาะสม และมองให้ครบทุกมิติ และเห็นด้วยว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคง และความยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าว

