หน้าแรก การเมือง ขังต่อ!! ตะวั...

ขังต่อ!! ตะวัน-แฟรงค์ คดีบีบแตร ศาลอนุญาตฝากขังผลัด 3 ย้ำมีเหตุจำเป็น

8.03.24 | 17:31 น.

ขังต่อ!! ตะวัน-แฟรงค์ คดีบีบแตร ศาลอนุญาตฝากขังผลัด 3 ย้ำมีเหตุจำเป็น

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ความคืบหน้าการฝากขังครั้งที่ 3 น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือแฟรงค์

โดยในวันนี้พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองเป็นครั้งที่ 3 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-20 มีนาคมนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติม และอื่นๆ
ขณะเดียวกัน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความฯ ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการฝากขังของพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ด้วย

โดยศาลพิเคราะห์คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 3 และข้อเท็จจริงจากการไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ และผู้ร้องยังมีพยานบุคคลที่จะต้องสอบอีก 2 ปาก ซึ่งเป็นพยานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของผู้ต้องหาทั้งสอง ทั้งยังต้องรอผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐาน (คลิปวิดีโอ) ว่ามีการแก้ไข ดัดแปลงหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาทำความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง กรณีมีเหตุจำเป็นที่ต้องควบคุมผู้ต้องหาทั้งสองต่อไป

ดังนั้น คำร้องขอฝากขังครั้งที่ 3 ของพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ผู้ร้อง จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และในส่วนเรื่องอำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหา เมื่อศาลอนุญาตให้หมายขังตามคำร้องขอฝากขังแล้ว เป็นดุลพินิจของศาลที่จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวหรืออุทธรณ์คำสั่งได้ตามกฎหมาย

Advertisement

ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องฝากขังได้ตามขอ และกำชับให้พนักงานสอบสวนให้เร่งรัดการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในการฝากขังครั้งนี้

นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ ลูกชายอาจารย์ชื่อดัง กล่าวว่า ภายหลังตำรวจยื่นฝากขังและทนายคัดค้านแล้ว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองคนในครั้งที่ 3 ต่อไป เนื่องจากว่ายังสอบปากคำไม่เสร็จ และศาลแจ้งว่าจะเร่งรัดการสอบสวนให้สอบสวนโดยไว รวมทั้งยังใช้สิทธิประกันตัวได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้พ่อของ น.ส.ทานตะวันจะยื่นหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้ประกัน ดังนั้น จะต้องปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งวันนี้มีการไต่สวนนายณัฐนนท์ หรือแฟรงค์ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วน น.ส.ทานตะวันไม่ได้มีการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาจาก รพ.ธรรมศาสตร์แต่อย่างใด

ด้านนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี อายุ 78 ปี อดีตนักเขียนชื่อดังและศิลปินแห่งชาติ ที่มายื่นคำแถลงต่อศาล กล่าวว่า มาเพื่อจะให้ศาลเห็นว่าสิ่งที่คนหนุ่มสาวแสดงออกอยู่ในแนวทางสันติประชาธรรม การต่อสู้ของทั้งสองคนและอีกหลายคน สะท้อนให้เห็นถึงวิถีและวิธีของประชาธิปไตย การต่อสู้ของตะวันและแฟรงค์นั้นในความรู้สึกของคนรุ่นเก่ามีความห่วงใยลูกหลาน และสิ่งที่กระทำนั้นถูกต้อง แต่ทราบว่าศาลอนุญาตให้ฝากขังต่อ โดยจะเร่งรัดการสอบสวน ตอนนี้ตะวันและแฟรงค์อดอาหารมาแล้ว 23 วัน คิดว่าอีก 12 วันในการฝากขังครั้งที่สาม ก็ขอภาวนาให้ไม่เกิดเหตุเศร้า หรือโศกนาฏกรรม ซึ่งเป็นสิ่งไม่สมควร ที่มาวันนี้ก็เพื่อขอความเมตตาจากศาล และรู้สึกเสียใจมากที่ศาลให้ฝากขังครั้งที่สาม ตนเองและอาจารย์ชาญวิทย์ไม่มีอะไรที่จะทำได้มากกว่านี้ คิดว่าเรื่องนี้ประชาชนที่มีใจเป็นธรรมที่อยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกันทุกคนน่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลย หมายความว่าไม่ควรฝากขังต่อ เพราะทั้งสองคนไม่หลบหนีไปไหน

เมื่อถามว่าอาจารย์สนับสนุนการกระทำของตะวันและแฟรงค์หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ทั้งตะวันและแฟรงค์เท่าที่ตนรับทราบจากข่าว เขามีปากเสียงกับตำรวจจราจรที่มีการบีบแตรเพราะจะรีบไป มีธุระ การพูดจาลักษณะที่มีอารมณ์กันบ้าง ไม่ใช่เรื่องจะไปขัดขวางขบวนเสด็จ หรือบีบแตรไล่ขบวนเสด็จ ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ ส่วนการไต่สวนของตำรวจที่บอกว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จนั้นเพียง 2 ผลัดก็น่าจะเรียบร้อยแล้ว และศาลน่าจะมีความเป็นธรรมและเข้าใจว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่ได้มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง หรือจะหลบหนี

“คิดว่าเขาคงไม่ทราบว่าข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น หรือมีขบวนเสด็จ สิ่งที่เรารับทราบโดยทั่วไปก็คือว่ามีปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเอารถมาขวางกั้น เชื่อว่าคงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น” นายสุชาติกล่าว