โหวต ‘ลัดดาวัลย์’ นั่งประธาน ครป. คนใหม่ ลุยแถลง 3 ข้อ หวั่นไทยรั้งท้ายประชาคมโลก

8.03.24 | 22:24 น.

โหวต ‘ลัดดาวัลย์’ นั่งประธาน ครป. คนใหม่ ลุยแถลง 3 ข้อ หวั่นไทยรั้งท้ายประชาคมโลก

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกตอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงผลสมัชชาและข้อเสนอ ครป.ต่อรัฐบาลและการพัฒนาประชาธิปไตยไทย โดยมี นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ อดีตประธาน ครป. นายเมธา มาสขาว อดีตเลขาธิการ ครป. และผู้ประสานงาน 30 องค์กรเพื่อประชาธิปไตย น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) คนใหม่ ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล เครือข่ายนักวิชาการเพื่อการกระจายอำนาจ และรองประธาน ครป. รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา และรองประธาน ครป. นางเรืองรวี พิชัยกุล ผู้ประสานงานขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) และรองประธาน ครป. น.ส.ณีรนุช จิตต์สม รองเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และรองเลขาธิการ ครป. ร่วมแถลง

น.ส.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) คนใหม่ แถลงแนวทาง ครป. กับการปฏิรูปการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตยไทยว่า สถานการณ์โลกทวีความรุนแรง ทั้งในเชิงกายภาพ ปัญหาโลกร้อน ปัญหาพายุ ไต้ฝุ่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว pm 2.5 ภูมิอากาศบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอน ทั้งปัญหาโรคระบาด ในทางการเมือง มีความขัดแย้งรุนแรง เกิดสงครามในหลายภูมิภาค ทั้งในระหว่างประเทศ สงครามกลางเมืองใกล้บ้านเรา ในทางเศรษฐกิจ มีการแข่งขันเกิดภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินไม่เสถียรแน่นอน มีการสู้กันทางเทคโนโลยี การใช้ธุรกิจสีเทา ลักษณะสังคมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงมาก และประชากรสูงวัยมากขึ้น

สถานการณ์โลกและสงครามในประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นประเด็นท้าทาย แม้ประเทศไทยจะยังไม่ตกเป็นประเทศด้านหน้าของสงครามตัวแทนเหมือนเช่นในคาบสมุทรเกาหลี ทะเลจีนใต้ แหลมมะละกา หรือสงครามกลางเมือง เช่น พม่า แต่การครอบงำอุดมการณ์ทางความคิดในแวดวงวิชาการที่แอบอิงมหาอำนาจสองสามฝ่าย ก็เป็นการเมืองเชิงซ้อนของมหาอำนาจที่กดทับสถานการณ์การเมืองภายในอยู่เช่นกัน

ความเปราะบางที่โลกเผชิญอยู่ จึงส่งผลกระทบต่อไทยทุกด้าน เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ไทยเราต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ด้วยกระแสคลื่นนานาจะโหมกระหน่ำกระทบไทยอย่างแน่นอน

Advertisement

ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูประบบการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ให้เป็นธรรม ให้เท่าทันกับสถานการณ์โลก มิเช่นนั้น ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังรั้งท้ายในชุมชนประชาคมโลก แต่หายนะบรรดามีคงจะมาสู่ประเทศไทยในเร็ววัน

6 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลยังคงบริหารประเทศด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล การเจรจากับต่างประเทศเกิดความไม่มั่นใจในข้อตกลง ประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความไร้ฝีมือของรัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจ ตัวอย่างของการจัดงบประมาณตามแบบราชการ แต่ไม่สะท้อนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้

ในทางเศรษฐกิจ การผูกขาดของกลุ่มทุนเป็นไปอย่างเหนียวแน่น ไม่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มผู้มีศักยภาพอื่นๆได้เติบโต ขณะที่เปิดให้กลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามาเบียดบังย่ำยีทุนเล็กทุนน้อยในประเทศ สหภาพแรงงานต่อสู้กับทุนนิยมเสรีมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มทุนเดิมได้ผนวกกับกลุ่มทุนใหม่ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ปกครองประเทศ แต่ถูกปกครอง ค่าจ้างไม่เป็นธรรม ต้องทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงถึงอยู่ได้ ระบบการศึกษาที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยรแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบสาธารณสุขยังขาดคุณภาพและเลือกปฏิบัติ หลายมาตรฐาน

โดยทางออกของประเทศ จึงต้องออกแบบกลไกใหม่โดยเร็ว โดย ครป.จะมุ่งผลักดันประเด็นสำคัญ คือ 1.การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปิดพื้นทึ่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมด้วยการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงแก้ไขโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุล บนฐานธรรมาภิบาลที่ยึดโยงกับประชาชน คำวินิจฉัยตัดสินสามารถเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ได้รับการยอมรับอย่างหมดสิ้นข้อสงสัย (Beyond a Reasonable Doubt) และมุ่งพัฒนาระบบการเมืองไปสู่ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนโดยเฉพาะกับสัดส่วนผู้หญิงในการบริหารประเทศ นิติบัญญัติและตัดสินใจทางการเมือง ออกแบบโครงสร้างลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม

2.การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 สร้างไฟความขัดแย้ง จนกลายเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายระลอก ตั้งแต่ การชุมนุมปี 2549 การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยคนเสื้อแดงในช่วงปี 2552-2553 การต่อต้านรัฐประหารในปี 2557 รวมถึงการชุมนุมตั้งแต่ปี 2563 ประชาชนที่ออกไปแสดงออกทางการเมือกลับได้รับผลกระทบกลับมาในรูปแบบของภาระทางคดี

3.การกระจายอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยให้จังหวัดจัดการตนเอง ภาคประชาชนทำงานเชิงเครือข่ายต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการศึกษานวัตกรรมประชาธิปไตยในชุมชนจังหวัดต่างๆ การสร้างพื้นที่กลาง และการสร้างภาคีเพื่อการกระจายอำนาจ รวมถึงการรื้อฟื้นสภาพัฒนาการเมือง

ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล รองประธาน ครป. กล่าวว่า อยากให้มีการเลือกเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันให้เกิดกฎหมาย จังหวัดจัดการตัวเอง แต่ละจังหวัดแต่ก็ยังไม่เป็นผล แม้หลายพรรคการเมืองมีนโยบายเรื่องการกระจายอำนาจเพื่อการหาเสียง

ดังนั้น ประเทศไทยควรสร้างความเข้มแข็งจากด้านล่างขึ้นมา เพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศซึ่งเป็นทิศทางการกระจายอำนาจที่สำคัญ เช่นการสร้างสภาพลเมือง การสร้างพื้นที่กลางเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง ตนขอเสนอ อยากให้รัฐบาลร่วมมือกับฝ่ายค้านเสนอพระราชบัญญัติจังหวัดจัดการตนเองรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ โดยอาจเริ่มเป็นรายจังหวัดที่พร้อมก่อนก็ได้ สร้างพื้นที่กลางให้ประชาชนมารวมกันเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่และสนับสนุนงบประมาณ เช่น สภาพลเมือง เป็นต้น

นางเรืองรวี พิชัยกุล รองประธาน ครป. และขบวนผู้หญิงกับการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า เนื่องในวันสตรีสากล วันนี้ผู้หญิงและเพศสภาพสามารถเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 20% ถือเป็นมิติใหม่ในประชาธิปไตยแบบไตร่ตรอง เริ่มต้นใหม่ควรส่งเสริมให้บทบาทสตรีเข้าสู่การพัฒนาประเทศให้มากถึงครึ่งหนึ่งของสภาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว กล่าวว่า การรณรงค์พัฒนาประชาธิปไตยไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพัฒนาต่อเนื่อง เนื่องจากสาระสำคัญคือการสร้างดุลอำนาจในสังคม ที่ผ่านมาอำนาจทุนอยู่เหนือรัฐ ดังนั้นจะต้องสร้างอำนาจต่อรองเพื่อสร้างดุลอำนาจใหม่ โดยใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมืและกระบวนการ

โดยเฉพาะในการสร้างนโยบายสาธารณะที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดและรัฐบาลนำไปปฏิบัติ และตนอยากให้รัฐบาลรักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ให้ได้ เพราะนโยบายที่เคยหาเสียงพรรคการเมืองย่อมได้ทำการบ้านมาอย่างดีแล้ว ถึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศได้

ประการสุดท้าย ประเทศไทยต้องแก้ไขการรวมศูนย์อำนาจที่กรุงเทพฯ ไม่ให้ทุกปัญหาต้องเข้ามาแก้ไขที่กรุงเทพฯ มีปัญหาที่เชียงใหม่หรือที่ภูเก็ตก็สามารถแก้ที่พื้นที่ได้ ไม่ใช่มาแก้ที่กรุงเทพอย่างเดียว และคงถึงเวลาที่ ครป.คงต้องรวมพลังคนร่วมใหม่ช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย