หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ปลื้มร...

เศรษฐา ปลื้มราคายาง 80 บ. พินิจ เชียร์แปรรูปขั้นปลาย ดันมูลค่าพุ่ง 6 แสนล้าน

9.03.24 | 06:50 น.

นายกฯปลื้มราคายาง 80 บ. “พินิจ” เชียร์แปรรูปขั้นปลาย ดันมูลค่าพุ่ง 6 แสนล้าน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศฝรั่งเศส กรณีราคายางพาราในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นที่ราคาส่งออกเกิน 80 บาทต่อกิโลกรัม ว่า ในอดีตราคายางพารา 3-4 กิโลกรัม ราคา 100 บาท แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาทำงานประกาศเอาไว้ว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร 3 เท่าภายใน 4 ปี ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกวดขันลักลอบนำเข้ายางเถื่อน ต้องขอบคุณกองทัพบกกระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าอย่างเถื่อน

โดยส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว มาเลเซียเป็นประเทศนำเข้ายางพารามากถึง 80% เพราะมีโรงงานผลิตถุงมือยาง ได้บอกกับนายกฯมาเลเซียว่า หากมีอะไรให้พูดคุยได้โดยตรง จะได้จัดส่งยางไปให้ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากพม่า หรือลาว และผ่านประเทศไทย เพราะไม่แน่ชัดว่าจะไปถึงมาเลเซียจริงหรือไม่ หากมีอะไรให้ติดต่อผ่านกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ให้ติดต่อมาเลเซียโดยด่วน หากต้องการใช้ยางสูงไทยพร้อมส่งให้ได้

“เชื่อว่าราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลจะพยายามดำเนินมาตรการให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เพราะมีเกษตรกรผู้ปลูกยางอยู่ทั้งในภาคใต้ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนตัวรู้สึกดีใจมากราคายางปรับตัวสูงขึ้น” นายเศรษฐา กล่าว

วันเดียวกัน ที่อาคารรัฐสภา วุฒิสภาโดยคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมาธิการพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม จัดสัมมนาโจทย์วิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยสู่เชิงพาณิชย์ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อการสร้างนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมยางพาราไทยสู่พาณิชย์

Advertisement

นายพินิจกล่าวว่า วันนี้ทำอย่างไรยางพาราจะเพิ่มมูลค่า ผลประโยชน์อย่างมากก็มาถึงคนที่อยู่กลางน้ำ ไม่ถึงปลายน้ำ น้อยมากที่ไทยเรามีโรงงานยางรถยนต์ ผลิตให้กับอินเดีย ผลิตยางมอเตอร์ไซค์ มันไม่ต้องคิดอะไรมาก การพัฒนายาง คือการแปรรูปเพิ่มมูลค่าเท่านั้น แล้วก็แปรรูปจะเป็นทุนของคนไทย และเป็นสิ่งที่ตลาดต้องการ ยางรถยนต์ ยางเครื่องบิน ขอบยางอุปกรณ์ต่างๆ หรือแม้แต่หนังสติ๊ก ตลาดใหญ่มาก อย่างอินเดียเขาเห็นก็ซื้อหมด ของเราก็ส่งเสริมแต่ไม่รู้ว่าส่งเสริมกันอย่างไร ทำไมถึงเป็นมาอย่างนี้ ถ้ามาถึงปลายน้ำมูลค่าของเรา 6 แสนกว่าล้าน รายได้จะเพิ่มขึ้นมากี่เท่า อันนี้เป็นคีย์อยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไร ให้มีการแปรรูปอย่างมีคุณภาพ” นายพินิจ กล่าว

นายพินิจ กล่าวว่า ในอดีตไทยขายยางพาราไปสิงคโปร์กิโลกรัมละ 16-19 บาท สิงคโปร์ไปขายให้กับมิชลิน บริดจสโตน วันนี้เข้ามาในไทยแล้ว สร้างกำไรอย่างมหาศาล ปัญหาสำคัญในเรื่องของยางพารา คือ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และการให้ความรู้เกษตรกร และหัวใจสำคัญคือการแปรรูป ส่วนเรื่องตลาดไม่ต้องห่วง มีเท่าไรก็ขายได้หมดแน่นอน เรื่องนี้ชาวสวนยางบึงกาฬยืนยันได้

“ทุกวันนี้คนหันไปปลูกทุเรียนเยอะมาก แต่มันยากมาก ผมยังไม่กล้าสู้เลย ผมโค่นยางได้แต่ยังไม่กล้าสู้ทุเรียน ความสำคัญของวันนี้ต้องพัฒนาเจ้าหน้าที่ มีผู้เชี่ยวชาญ เขาบอกว่าปราบยางเถื่อน ผมก็หัวเราะ มันต้องมีความรู้มากกว่านี้ ต้องรู้ว่าราคายาง มันไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย มันอยู่ที่สิงคโปร์ และจีนกำลังทำตลาดใหม่ มันทำแบบดิจิทัลซื้อขายกันล่วงหน้า การที่คุณบอกปราบยางเถื่อน แล้วจะทำให้ราคายางสูงขึ้น มันเป็นเรื่องของวิสัยทัศน์ เราต้องรู้จริง มันถึงจะแก้ปัญหาได้ เราต้องส่งเสริมจริงจัง มันถึงต้องมีการปฏิรูประบบราชการทุกส่วน รวมถึงสภานี้แห่งนี้ด้วยที่ต้องปฏิรูป มันถึงจะเจริญ เป็นประโยชน์ต่อประเทศและสาธารณะ ระบบที่มันไม่ค่อยดีต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนไป ระบบญาติมิตร เพื่อนฝูง ผลประโยชน์ทับซ้อนต้องเปลี่ยน เอาระบบคุณธรรม ศีลธรรม ความถูกต้อง มาอยู่เหนือระบบอื่น ประเทศถึงจะไปต่อ” นายพินิจ กล่าว