แบม-สายน้ำ แต่งดำถือดอกทานตะวัน ยืนหยุดขัง 1.12 ชม. ขอศาลอาญาไม่รับฝากขัง ‘ตะวัน-แฟรงค์’

9.03.24 | 13:26 น.

นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นัดแต่งดำ-ถือดอกทานตะวัน- ผูกริบบิ้นขาว พร้อมยืนหยุดขัง 1.12 ชั่วโมง ขอศาลอาญาไม่รับฝากขังครั้งที่ 4 “ตะวัน-แฟรงค์” 2 ผู้ต้องหาคดีมาตรา 116

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม 2 นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมมวลชนบางส่วน ร่วมทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยการสวมใส่เสื้อดำ ถือดอกทานตะวัน ผูกริบบิ้นขาว ยื่นหนังสือต่อศาลอาญา เพื่อขอให้ศาลอาญาพิจารณามีคำสั่งไม่รับฝากขังครั้งที่ 4 น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือแฟรงค์ ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 คดีบีบแตรใส่รถขบวนเสด็จ ของพนักงานสอบสวน สน.ดินแดงอีก เพราะไม่มีความจำเป็นและเป็นการคุมขังเกินความจำเป็น ไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

นางพรเพ็ญกล่าวว่า สำหรับการออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้เพื่อขอให้ศาลทบทวนคำสั่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่อนุญาตให้พนักงานสอบสวนฝากขังครั้งที่ 3 ผู้ต้องหาเป็นเวลาอีก 12 วัน โดยบทบาทของตุลาการสามารถเข้าแทรกแซง และอำนวยความยุติธรรมในคำสั่งได้ทันที เรามีความเชื่อมั่นว่าแม้กระทั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเขียนระบุในคำร้องขอฝากขังว่า บุคคลทั้ง 2 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีตามมาตรา 116 โดยพนักงานสอบสวนอ้างว่ามีการแสดงเจตนาแสดงความผิด โดยเหตุดังกล่าวนี้เชื่อว่าศาลที่เป็นผู้พิพากษารับผิดชอบสำนวนและรับผิดชอบหน้าที่ในวันนี้จะพิจารณาถึงความจำเป็นและเหตุผลทางกฎหมาย รวมทั้งทางมนุษยธรรมว่า การปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขการประกันตัวเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังมีความหวังกับระบบตุลาการได้โดยเฉพาะในคดีนี้ และผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน เป็นเพียงเยาวชนที่ร่วมกันแสดงอารยะขัดขืนในการอดอาหารด้วยความสงบ ไม่สามารถทำร้ายใคร ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดความรุนแรงในสังคมด้วยวิธีการใดๆ ดังนั้น เหตุและผลที่เราต้องการนำเสนอคือ ข้อเท็จจริงกฎหมายและมนุษยธรรม ซึ่งผู้พิพากษาเป็นนักกฎหมายด้วยกัน สามารถพิจารณาเนื้อหาสาระได้อย่างมีความเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบตุลาการต่อไป

ด้าน น.ส.อรวรรณ หรือแบม ระบุว่า ผู้หญิงในสังคมนี้เข้มแข็งและอดทนกันมาก พลังผู้หญิงสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมเป็นอย่างมาก ตนอยากจะพูดถึงเรื่องกระบวนการยุติธรรม อยากให้ทุกคนในประเทศนี้ได้รับความยุติธรรม สำหรับตะวันและแฟรงค์ที่ทำทุกวันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เป็นการทำเพื่อไม่อยากให้ใครมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เพราะกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวทำร้ายประชาชนและเยาวชนในประเทศนี้ เราควรจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าเร็วหรือช้าจะต้องทำให้ได้ เพราะประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมาก และประเทศไทยไม่สมควรที่จะได้เป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพราะทุกวันนี้ยังมีผู้ต้องขังและคนถูกดำเนินคดีเพิ่มมากขึ้น และประชาชนที่ถูกปิดปากมากขึ้นทุกวัน ทั้งที่เรามองเห็นและมองไม่เห็น

Advertisement

ทั้งนี้ ตามกฎหมายให้ศาลพิจารณาตามสมควรของการฝากขังเพื่อกลั่นกรองให้เกิดความยุติธรรม ไม่ใช่รับฝากขังทุกครั้ง เราจึงยอมให้อำนาจตำรวจในการตัดสินใจเอง และศาลไม่จำเป็นที่จะต้องเห็นด้วยกับตำรวจทุกครั้ง และตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังบิดเบี้ยว ทุกคนสามารถเจอเรื่องแบบนี้ได้ทุกคดี

“ขอเป็นกำลังใจให้กับนักกิจกรรมที่เผชิญกับความยากลำบากในการอดอาหาร สุดท้ายกระบวนการยุติธรรมยังบิดเบี้ยว ทุกคนในสังคมบอกว่า แค่ให้น้องกินอาหารกินน้ำ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่สำหรับพวกเขาเหล่านี้มองว่าหิวความยุติธรรมมากกว่า นอกจากนี้ ขอย้ำ 3 ข้อเรียกร้องคือ ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม / ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะเห็นต่าง / ประเทศไทยไม่ควรเป็นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และหลังจากนี้เราจะมีกิจกรรมยืนหยุดขัง 1.12 ชั่วโมง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มวลชนได้สวมใส่ชุดดำ เปรียบเหมือนการไว้อาลัยให้กับกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย และเป็นความหม่นหมองเศร้าโศกของประชาชน ส่วนดอกทานตะวันแสดงถึงพลังของตะวันและสิทธิสตรี ที่เป็นแสงสว่างของประเทศ โดยตะวันจะขึ้นทุกย่ำรุ่งและจะตกในทุกเย็น แต่จะขึ้นใหม่ทุกครั้งทุกเช้า เสมือนเป็นความหวังให้กับประชาชนในประเทศนี้