รัฐบาล ขีดเส้น 1 ปี ทหาร นั่งรองกอ.รมน.จังหวัด พิสูจน์ฝีมือ ถ้าไร้ผลงาน เรียกกลับเข้ากรมกอง

อึ้ง! ทหารไม่รู้ตัว ทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.-ป.ป.ท. “เลขารมว.กห.” ฝากสอดแทรกคุณธรรม-ธรรมาภิบาล รับ ลดกำลังพล ยาขมคนในกองทัพ ค้าน “บิ๊กทิน” อัดโปร พลทหาร-เบี้ยบำรุงเกียรติทหารผ่านศึก ภาระงบประมาณ “รบ.” ให้เวลา 1 ปี ทหารนั่ง รอง กอ.รมน.จังหวัด พิสูจน์ฝีมือ หากไร้ผลงาน เรียกกลับเข้า กรม กอง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บรรยายพิเศษ “สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันและนโยบายรัฐบาลในการปรับปรุงกองทัพ” ในการประชุมเชิงวิชาการเพื่อร่วมกำหนดอนาคตกองทัพบกในปี 2580 (RTA 5.0 Conference) โดยมี พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยระดับกองร้อยขึ้นไปทั่วประเทศเข้าร่วม

พล.อ.ณัฐพลกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมกองทัพบกที่จัดการประชุมในครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังพลที่เป็นกำลังสำคัญของกองทัพ มารับทราบนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในห้วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อให้ไปกำหนดแนวทางของกองทัพบกในอนาคตข้างหน้า ซึ่งเชื่อว่ามีกำลังพลที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ขอให้เปิดกว้างฟังด้วยความเข้าใจ รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายให้การปรับโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองไปคุกคามและความมั่นคงในรูปแบบใหม่ และร่วมการพัฒนากองทัพให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประเทศพร้อมประชาชนโดยการเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจปรับปรุงการฝึกนักศึกษาวิชาทหารให้เปลี่ยนแปลงแบบสร้างสรรค์ ลดกำลังพลนายทหารสัญญาบัตรระดับสูงซึ่งถือเป็นยาขม

“รมว.กลาโหมบอกว่า ฝากให้พี่เล็กดูแล เป็นทหารเก่าน่าจะเข้าใจขอให้พูดคุยกันเอง”

Advertisement

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นประสบการณ์สมัยที่ตนอยู่ในกองทัพบก ไม่รู้ว่าเป็นปัญหาจริงหรือไม่ บางครั้งพวกเราทำโดยที่ไม่รู้ว่าผิดคุณธรรม ข้อกำหนดองค์กรคุณธรรมของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จึงอยากฝากไว้อาจจะต้องมีการสอดแทรกเรื่องคุณธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อให้กำลังพลในกองทัพ ได้รับรู้ว่าบางอย่างทำไม่ได้

ส่วนเรื่องการปรับปรุงรูปแบบการตรวจเลือกทหารกองประจำการเป็นแบบสมัครใจ โดยปีที่แล้วมียอดความต้องการเกณฑ์ทหาร 93,000 คน สมัครใจประมาณ 40,000 คน เป้าหมายยังไกลมาก จึงได้หารือกับ ผบ.ทบ. ให้มาคิดใหม่ด้วยการลดจำนวนความต้องการตามสถานการณ์ ได้ตั้งเอาไว้ เช่น 120,000 คน คือ 100% ถ้า 83,000 บาท 70%

ความต้องการทหารกองประจำการปีนี้ กำหนดไว้ที่ 83,000 คน คือลดจำนวนลงมา ทำให้เป้าหมายคนสมัครใจเต็มระบบอยู่ ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เป็นการลดแบบมีเหตุผล พิจาราณาสถานการณ์ หากมีความเสี่ยงรุนแรงที่จะต้องใช้กำลังในการทำการรบการสงครามเราก็ต้องกลับไปตัวเลข 120,000 คน คือ 100% ถ้าสถานการณ์ที่ยังมีโอกาสเกิดความรุนแรง เราก็จะใช้ 96,000 คน คือ 90% แต่สถานการณ์ปัจจุบันมีแนวโน้ม ไม่น่าจะใช้กำลังรบ จะมาเป็นตัวเลข 83,000 คน คือ 70%

Advertisement

“เป็นตัวเลขที่รู้สึกสบายใจ ซึ่งเป้าหมายก็ใกล้ที่จะถึง จึงเป็นที่มาความต้องการพลทหารซึ่งในอนาคตหากสถานการณ์มีความเสี่ยงขึ้นก็จะยกระดับไปที่ 96,000 หรือ 120,000 ไม่ต้องกังวลว่ากระทรวงกลาโหมลดแล้ว ต่อไปจะทำอย่างไรเราจะลดเป็นระดับเพื่อให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน ทางด้านความมั่นคงการเมืองเศรษฐกิจสังคม” พล.อ.ณัฐพลกล่าว และว่า

เรื่องการสร้างแรงจูงใจให้สมัครใจเป็นทหารกองประจำการ ตนได้ท้วงติง รมว.กลาโหม เรื่องค่าประกอบเลี้ยงของทหารเกณฑ์ ที่จะให้ไปของบกลางมาใส่เพิ่มเติมในปีนี้ ปัจจุบันมีพลทหารทั้งหมด 140,000 นาย ค่าประกอบเลี้ยงหักจากเงินเดือน ประมาณเดือนละ 2,200 บาท ต้องใช้งบประมาณ 3,700 ล้านบาท หากทำเช่นนี้ เราจะตอบกระทรวงการคลังยากว่า ในส่วนเงินเดือนพลทหารเอาไปทำอะไร เมื่อตอบไม่ได้ จะเกิดปัญหา นอกจากนี้จะเป็นภาระงบประมาณกองทัพในปีต่อไป

“ปีนี้รัฐบาลบอกจะให้ก่อนคือใช้งบกลาง 3,700 ล้านบาท แต่ปีหน้าต้องตั้งงบเอง และเราจะเจอภาระด้านงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ข้อยุติ และขอพูดตรงๆ ว่าผมไม่เห็นด้วย หากไม่ได้ อยากให้กำลังพลเข้าใจ”

อีกประเด็นคือเบี้ยบำรุงเกียรติทหารผ่านศึก 3,000 บาท ตนเห็นกำลังแย้ง รมว.กลาโหม เพราะทหารผ่านศึกมีประมาณ 700,000 นาย ต้องใช้งบประมาณ 22,000 ล้านต่อปี ซึ่งบอกท่านไปว่าทำไม่ได้ เพราะปัจจุบันงบขององค์การทหารผ่านศึกปีละ 2,300 ล้านบาท ขอถามว่าการเพิ่มเบี้ยบำรุงเกียรติทหารผ่านศึก 3,000 บาททำได้หรือไม่

“วันนี้ครบ 6 เดือนที่ทำงานกับ รมว.กลาโหม มีเรื่องเพียง 2 เรื่องคือ ค่าประกอบเลี้ยงพลทหารและเรื่องเงินบำรุงเกียรติทหารผ่านศึก หากไม่ได้ก็มาต่อว่าตนได้เลย ทั้งหมดนี้คือข้อเท็จจริง ที่ต้องชี้ให้เห็น ส่วนอีกประเด็นเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพถือเป็นยาขมของแท้ ขอให้เห็นใจ ผบ.ทบ.ที่ต้องขยับในเรื่องนี้ ท่านไม่ได้ริเริ่มแต่เป็นนโยบายจากรัฐบาลและ รมว.กลาโหม โดยมีตนเป็นผู้กำกับดูแล”

“ขอให้รับทราบ ตราบใดที่เรายังใส่เครื่องแบบทหาร จะไม่มีคนมาพูดเรื่องนี้ แต่เมื่อเกษียณไปแล้วจะรู้ แต่เมื่อแต่งเครื่องแบบก็มีคนเกรงใจไม่กล้าพูด กลัวเราจะโกรธ แต่ยืนยันเป็นสิ่งที่ต้องทำ”

พล.อ.ณัฐพลกล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคฝ่ายค้านต้องการให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แต่รัฐบาลเข้าใจว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานที่บูรณาการด้านความมั่นคงของประเทศ หากยุบ กอ.รมน. เราจะไม่มีหน่วยงานบูรณาการทำงาน เพราะสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นหน่วยนโยบาย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ก็ไม่ใช่ ดังนั้น กอ.รมน.ต้องคงอยู่ แต่ต้องปรับตัว หากอยู่แบบปัจจุบันจะอยู่ยาก รัฐบาลขอให้ปรับโครงสร้างให้เล็กลง ซึ่งเรื่องนี้กำลังหารือกับ กอ.รมน.

“สิ่งแรกที่รัฐบาลขอมาขอให้ถอนรอง ผอ.รมน.จังหวัดกลับมา แต่ผมได้ชี้แจงไปว่า รอง ผอ.รมน.จังหวัด คือกลไกของ กอ.รมน.ขอพิสูจน์ผลงาน 1 ปี ดังนั้นทุกคนอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ฝีมือ ถ้าปีหน้าโดนถอนกลับอย่ามาโทษกัน ผมต่อรองให้ 1 ปี”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ กอ.รมน.จังหวัด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ.รมน.จังหวัด ส่วนรอง ผอ.รมน.จังหวัดเป็นนายทหารยศพันเอก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image