หน้าแรก การเมือง ปธ.กกต.ปัดมีใ...

ปธ.กกต.ปัดมีใบสั่ง ส่งศาลยุบก้าวไกล คำวินิจฉัยหลักฐานสำคัญ ชี้โทษหนักตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี

13.03.24 | 11:56 น.

ประธาน กกต. ยันชงศาล รธน.ยุบก้าวไกลยึดกฎหมาย ไม่มีใบสั่ง ชี้โทษหนักตัดสิทธิการเมือง กก.บห. 10 ปี ส่วนคำร้องยุบ ภท.อยู่ระหว่างพิจารณา

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุม กกต.มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบ พรรคก้าวไกล ว่า วานนี้ (12 มี.ค.)​ ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อเสนอแนะที่สำนักงาน กกต.นำเสนอต่อที่ประชุมว่าการดำเนินการของพรรคก้าวไกลตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือการเป็นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นควรที่จะส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายอิทธิพรกล่าวว่า สำหรับกระบวนการพิจารณาในเรื่องนี้ ที่ประชุม กกต.ได้ขอให้สำนักงาน กกต.ศึกษาวิเคราะห์รายละเอียดตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.2567 หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ในกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งหัวพรรคก้าวไกล และ พรรคก้าวไกล ใช้การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากการเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112 โดยศาลสั่งให้เลิกการกระทำการแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อให้มีการยกเลิกมาตรา 112 และไม่ให้แก้มาตรา 112

ประธาน กกต.กล่าวต่อว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 92 โดยใช้คำว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพรรคการเมืองใดกระทำการล้มล้างการปกครอง ให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งเรื่องดังกล่าวใช้เวลาพอสมควร โดยสิ่งที่เป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองก็คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั่นเอง มีทั้งรายละเอียด ข้อกฎหมายข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพยานหลักฐานและเอกสารประกอบ มีคำไต่สวนการให้ถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้อง เป็นหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ กกต.สามารถส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้

Advertisement

เมื่อถามว่า สังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่า กกต.รับใบสั่งจากใครหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เราทำงานมาก็ทำงานตามกฎหมาย คนที่จะสั่งให้เราปฏิบัติหน้าที่คือกฎหมายตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ ซึ่ง กกต.เป็นองค์กรอิสระที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และนิติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าไม่ทำตามกฎหมายถือว่าปฏิบัติตามหน้าที่

ส่วนกรอบระยะเวลาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลนั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า ตามกระบวนการแล้วถ้ามีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการตามคำร้องประกอบไปด้วย มติ กกต. คำวินิจฉัยเอกสารอื่นๆ โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเสร็จเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ส่วนกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์แสดงความเห็นว่า โทษที่ร้ายแรงที่สุดในเรื่องนี้คือตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นายอิทธิพรกล่าวว่า ตามกฎหมาย มาตรา 92 ถ้า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค กกต.สามารถยื่นขอให้ศาลพิจารณายื่นถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ กล่าวคือถ้าขอให้ศาลสั่งไม่ให้ตั้งพรรคใหม่ หรือขอให้ศาลสั่งไม่ให้เป็นกรรมการบริหารพรรคอื่น ซึ่งมีกรอบระยะเวลาว่าศาลจะสั่งได้ไม่เกิน 10 ปี

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีอาญาด้วยหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ต้องพิจารณาต่อไปว่าการกระทำเช่นนั้น ฝ่าฝืนกฎหมายอื่นๆ ด้วยหรือไม่

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการยื่นตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นอีกด้วยหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ถ้ามีการเสนอเรื่องพรรคการเมือง หรือผู้บริหารพรรคการเมืองพรรคใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การจะต้องยื่นต่อศาล กกต.ก็จะดำเนินการ ไม่ได้มีเฉพาะเจาะจงว่าเป็นพรรคใด

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องให้มีการ ยุบพรรคภูมิใจไทย จากกรณีรับเงินบริจาคจาก หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น นายอิทธิพรกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมืองคือเลขาธิการ กกต. ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ถึงขั้นที่จะสรุปความเห็นเพื่อนำเรื่องสู่เข้าที่ประชุม กกต.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง