‘วราวุธ’ สะเทือนใจ สายการบินปฏิเสธคนพิการวีลแชร์ขึ้นเครื่อง จี้ ‘อธิบดี พก.’ ถกในคณะอนุกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม. กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนประเด็นสายการบินละเมิดสิทธิการเดินทางและขอความร่วมมือ ร่วมแก้ไขปัญหาเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิเดินทางที่เท่ากันอย่างแท้จริง จาก นายกฤษนะ ละไล ในฐานะผู้แทนภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนขนส่งมวลชนเพื่อคนทั้งมวล กรณีที่มีข่าวระบุถึง สายการบินไทยแห่งหนึ่งปฏิเสธการให้บริการแก่ผู้โดยสารที่มีความบกพร่องร่างกาย (นั่งวีลแชร์) โดยให้เหตุผลว่าเดินเองไม่ได้ ทำให้ตนมีความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งได้มีโอกาสทำงานกับพี่น้องคนพิการ ถึงแม้ว่าจะเข้ามาทำงานเพียง 6 เดือน แต่ครอบครัวศิลปอาชาและในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องคนพิการมาตั้งแต่สมัยพ่อบรรหารยังอยู่ พยายามจะแก้ไขปัญหา จนวันนี้ที่พ่อบรรหารจากไป 8 ปีแล้วปัญหายังแก้ไม่หมด
นายวราวุธกล่าวว่า เมื่อตนมารับไม้ต่อ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันประเทศไทยเป็นสังคมสูงอายุเรียบร้อยแล้ว การที่เราต้องมีสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายให้กับทุกๆ คน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลสำคัญที่สุดคือ ทำอะไรก็แล้วแต่ เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ใครในที่นี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด อายุใด เพศสภาพใด หรือแม้แต่สถานะใด สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้เร่งให้อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการโดยเร็ว

“แม่แจ่มใส ศิลปอาชา อายุ 90 ปีแล้ว เวลาไปไหนจำเป็นต้องมีรถเข็นเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ต้องบอกว่าไม่เกิดกับตัวย่อมไม่รู้อย่างเด็ดขาด วันนี้เราเป็นคนปกติ เมื่อเกิดอุบัติเหตุเราจะกลายเป็นคนพิการ ต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไหร่เราไม่เคยรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเคยมีโอกาสทดลองนั่งรถเข็น รู้เลยว่าแต่ละก้าวที่พี่ๆ คนพิการแต่ละคนออกมาจากบ้านในแต่ละวันคือการผจญภัย คือความเสี่ยงภัย คือความไม่รู้เลยว่าเราจะได้การตอบรับ จะได้รับการปฏิบัติเช่นใด” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธกล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณคุณกฤษนะ ต้องขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่มา แล้วเราจะมาช่วยกัน ตนจะดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้อำนาจของกระทรวง พม. นอกจากเรื่องเครื่องบินขนส่งมวลชนต่างๆ แล้ว ยังต้องรวมไปถึงสถานที่ต่างๆ การให้บริการต่างๆ ของภาครัฐ สถานที่ ทางลาด รวมถึงทางของพี่น้องคนตาบอดด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็น “อิกไนต์ ไทยแลนด์” (Ignite Thailand) แล้ว ยังต้องเป็น Accessible Thailand ที่พี่น้องประชาชนทุกคนควรจะต้องสามารถไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เราเป็นสังคมผู้สูงอายุ อีกไม่นานจะเต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่จะต้องใช้รถเข็น

“วันนั้นที่ผมไปกับคุณกฤษนะมีคุณพี่คนพิการคนหนึ่งบอกว่าถ้ารถเข็นไปได้คนตาบอดก็ไปได้ คุณกฤษนะได้เสริมอีกว่าถ้ารถเข็นไปได้คนตาบอดก็ไปได้คนสูงอายุก็ไปได้ ถึงได้เป็นที่มาของคำว่า ‘อารยสถาปัตย์’ หรือ Universal Design เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาช่วยกันทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ ตอบการแก้ปัญหาสังคม ไม่ใช่เฉพาะแค่พี่น้องกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้น
พวกเราชาว พม. เรามีปลัดกระทรวง พม. อธิบดี พก. และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เราจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ในทุกๆ มิติ เพราะว่างาน พม.จะทำให้สังคมน่าอยู่ได้นั้นไม่ใช่ดูแลคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เราต้องมาเสริมสร้างศักยภาพด้วยกัน” นายวราวุธกล่าว

