ศาลสั่งปรับผปค. 5 โจ๋สระแก้ว ฆ่าป้ากบ รายละ 5 พัน-1 หมื่น บางคนไม่มีเงิน สั่งบำเพ็ญประโยชน์แทน

13.03.24 | 17:55 น.

ศาลเยาวชนจังหวัดสระแก้ว ตัดสิน 5 ผู้ปกครองของแก๊งวัยรุ่น 5 คน ทำร้าย ป้ากบ จนเสียชีวิต ตามความผิดใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดสระแก้ว บรรดาผู้ปกครองของเยาวชน ทั้ง 5 คน ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดทำร้ายร่างกาย นางสาวผัวพัน พันสุ หรือป้ากบ อายุ 47 ปี จนถึงแก่ชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.อรัญประเทศ ได้ทยอยเดินทางไปยังศาล เพื่อรับฟังคำตัดสินในความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ก่อนเข้าห้องพิจารณา บรรดาผู้ปกครองต่างกล่าวว่า พวกตนยอมรับคำตัดสินของศาล และขอให้ศาลเมตตาต่อพวกตนด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลไม่อนุญาตให้ผู้ใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีโคยตรงเข้ารับฟังคำตัดสิน

สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวน สภ.อรัญประเทศ ได้นำตัวผู้ปกครองทั้ง 5 คน ส่งให้อัยการจังหวัดสระแก้ว เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ในข้อหา กระทำความผิดฐาน “บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ พ.ศ.2546” โดยผู้ปกครองของเด็กทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย 1.แม่ของ ด.ช.เชน ซึ่งเป็นลูกของรอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ ที่เดินทางมาปรากฏตัวที่ศาลด้วย  2.แม่ของ ด.ช.กั๊ด ซึ่งเป็นลูกของ ด.ต.สังกัด ตม.สระแก้ว 3.แม่ของ ด.ช.โก๊ะ 4.พ่อของนายบิ๊ก และ 5.ตาของ ด.ช.แบงค์ ถูกนำตัวส่งฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 24 ม.ค.67 ที่ผ่านมา

จนกระทั่งเวลา 11.30 น. บรรดาผู้ปกครองเยาวชนได้ทยอยเดินลงมาจากศาลและกล่าวว่าศาลมีคำสั่งให้ปรับผู้ปกครอง รายละ 10,000-20,000 บาท รับสารภาพลดลงกึ่งหนึ่ง เหลือรายละ 5,000-10,000 บาท ซึ่งผู้ปกครองของเด็กเยาวชนทั้ง 5 คน บางรายไม่มีเงินเสียค่าปรับ ศาลจึงมีคำสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์ตามจำนวนที่ศาลมีคำพิพากษา

Advertisement

นายสุรเดช เนียมหอม อายุ 46 ปี ผู้ปกครองของ ด.ช.บิ๊ก หนึ่งในผู้ต้องหา 5 โจ๋ลูกตำรวจ ซึ่งไม่มีเงินเสียค่าปรับตามคำสั่งศาลฯ เปิดเผยภายหลังมีคำพิพากษาว่า ศาลมีคำสั่งให้ปรับเงินจำนวน 20,000 บาท รับสารภาพลดลง เหลือ 10,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินเสียค่าปรับ ศาลจึงให้ไปบำเพ็ญประโยชน์ตามจำนวนที่ต้องจ่ายค่าปรับ โดยได้ทำหนังสือถึง ผอ.สำนักงานคุมประพฤติ จ.สระแก้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำเพ็ญประโยชน์ตามคำสั่งศาล

ล่าสุดทางศาลได้เขียนข้อความถึงบรรดาผู้สื่อข่าวที่รอฟังการแถลงข่าวว่าศาลไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคำตัดสินได้เนื่องจากการแถลงข่าวเป็นอำนาจของโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ประกอบกับการเปิดเผยอาจทำให้ผู้อื่นรู้จักชื่อและชื่อสกุลของเด็กและเยาวชน รวมทั้งประวัติการกระทำผิด ซึ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 130 หากต้องการรายละเอียดให้ติดต่อกับตัวความโดยตรง หรือติดต่อสำนักงานศาลยุติธรรม ตามขั้นตอน

สำหรับบรรดาผู้ปกครองทั้งหมดยังคงต้องถูกดำเนินคดีต่อไปอีกตามจำนวนคดีที่เยาวชนทั้ง 5 คนถูกฟ้อง ตามรายละเอียดที่ พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้ให้รายละเอียดว่า นอกจากคดีของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ที่ทำร้ายป้าบัวผันจนเสียชีวิต ตำรวจยังได้ขยายผลในคดีต่างๆ ที่เกิดจากปัญหากลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนดังกล่าว พบว่า มีคดีที่เกี่ยวเนื่องกับวัยรุ่นแก๊งนี้อีกหลายคดี ในหลายท้องที่ของจังหวัดสระแก้ว ทั้งคดีเกี่ยวกับเพศ การทำร้ายร่างกาย และคดีทำให้เสียทรัพย์ รวมทั้งหมด 11 คดี และเบื้องต้น ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการ และมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้วเกือบทุกคดี เหลือเพียง 2 คดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ เหลือเพียงการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษาเท่านั้น

พ.ต.อ.เอกอนันต์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ปกครองของเด็กทั้ง 11 คดี ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีป้าบัวผัน จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 26 และมาตรา 78 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ทุกราย เช่นเดียวกับ ผู้ปกครอง 5 โจ๋ลูกตำรวจของแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุฆาตกรรมป้าบัวผัน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ประกอบมาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่ พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า นอกจากคดีของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คน ที่ทำร้ายป้าบัวผัน จนเสียชีวิต ตำรวจยังได้ขยายผลในคดีต่างๆ ที่เกิดจากปัญหากลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนดังกล่าว พบว่า มีคดีที่เกี่ยวเนื่องกับวัยรุ่นแก๊งนี้อีกหลายคดี ในหลายท้องที่ของจังหวัดสระแก้ว ทั้งคดีเกี่ยวกับเพศ การทำร้ายร่างกาย และคดีทำให้เสียทรัพย์ รวมทั้งหมด 11 คดี และเบื้องต้น ตำรวจได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการและมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้วเกือบทุกคดี เหลือเพียง 2 คดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สภ.อรัญประเทศ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ เหลือเพียงการสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนมีคำพิพากษาเท่านั้น

พ.ต.อ.เอกอนันต์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ปกครองของเด็กทั้ง 11 คดี ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีป้าบัวผัน จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 26 และมาตรา 78 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ทุกราย เช่นเดียวกับ ผู้ปกครอง 5 โจ๋ลูกตำรวจของแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุฆาตกรรมป้าบัวผัน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด ประกอบมาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ