ปธ.กกต.ปัดรับใบสั่งยื่นยุบ ก้าวไกล ยกคำวินิจฉัยศาลรธน. หาเสียงจะแก้ ม.112 เชื่อล้มล้างการปกครอง
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุม กกต. มีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่าเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาข้อเสนอแนะที่สำนักงาน กกต.นำเสนอต่อที่ประชุมว่าการดำเนินการของพรรค ก.ก.ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ถือเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นควรที่จะส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
สำหรับกระบวนการพิจารณาในเรื่องนี้ที่ประชุม กกต.ได้ขอให้สำนักงาน กกต.ศึกษาวิเคราะห์รายละเอียด ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่่ผ่านมา ในกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งหัวพรรค ก.ก. และพรรค ก.ก.ใช้การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หาเสียงเลือกตั้ง เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากการเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.112
โดยศาลสั่งให้เลิกการกระทำการแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อให้มีการยกเลิกมาตรา 112 และไม่ให้แก้มาตรา 112 เรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 92 โดยใช้คำว่าเมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีพรรคการเมืองใดกระทำการล้มล้างการปกครอง ให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เรื่องดังกล่าวใช้เวลาพอสมควร สิ่งที่เป็นหลักฐานอันเชื่อได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั่นเอง มีทั้งรายละเอียด ข้อกฎหมายข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพยานหลักฐานและเอกสารประกอบ มีคำไต่สวนการให้ถ้อยคำของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นหลักฐานเพียงพอที่ทำให้ กกต.สามารถส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้
เมื่อถามว่า สังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่า กกต.รับใบสั่งจากใครหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ทำงานตามกฎหมาย คนที่จะสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่คือรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ กกต.เป็นองค์กรอิสระที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และนิติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าไม่ทำตามกฎหมาย ก็ถือว่าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ส่วนกรอบระยะเวลาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลนั้น ตามกระบวนการแล้วถ้ามีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการตามคำร้องประกอบไปด้วยมติ กกต. คำวินิจฉัยเอกสารอื่นๆ โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเสร็จเมื่อใดก็เมื่อนั้น
เมื่อถามว่า กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์แสดงความเห็นว่าโทษที่ร้ายแรงที่สุด ในเรื่องนี้คือตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นายอิทธิพรกล่าวว่า ตามกฎหมายมาตรา 92 ถ้า กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค กกต.สามารถยื่นขอให้ศาลพิจารณายื่นถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ ที่เป็นระยะเวลาคือถ้าขอให้ศาลสั่งไม่ให้ตั้งพรรคใหม่หรือขอให้ศาลสั่ง ไม่ให้เป็น กก.บห.อื่น มีกรอบระยะเวลาว่า ศาลจะสั่งได้ไม่เกิน 10 ปี
เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีอาญาด้วยหรือไม่นั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า ต้องพิจารณาต่อไปว่า การกระทำเช่นนั้น ฝ่าฝืนกฎหมายอื่นๆ ด้วยหรือไม่ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการยื่นตรวจสอบพรรคการเมืองอื่นอีกด้วยหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ถ้ามีการเสนอเรื่องพรรคการเมือง หรือผู้บริหารพรรคการเมืองพรรคใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การที่จะต้องยื่นต่อศาล กกต.จะดำเนินการ ไม่ได้มีเฉพาะเจาะจงว่าเป็นพรรคใด
ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องให้มีการยุบพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จากกรณีรับเงินบริจาคจาก หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมืองคือเลขาธิการ กกต. ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ถึงขั้นที่จะสรุปความเห็นเพื่อนำเรื่องสู่เข้าที่ประชุม กกต.

