‘รังสิมันต์’ กังขา กกต.เล่นเทคนิคกฎหมาย ส่งยุบพรรคเร็วกว่าภูมิใจไทย

14.03.24 | 13:11 น.

‘รังสิมันต์’ กังขา กกต.เล่นเทคนิคกฎหมาย ส่งยุบพรรคเร็วกว่าภูมิใจไทย ลั่นยื่นนโยบายหาเสียง กกต.รับรองแล้ว กม.ไม่ห้าม ถ้าห้ามคงไม่แก้ ม.112

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่หากมีการยุบพรรคก้าวไกล ส.ส.ทั้ง 148 คนจะยังคงจับมือไปด้วยกันหรือไม่ ว่าตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการเตรียมรับมือทุกรูปแบบ เราอยากโฟกัสต่อสู้เรื่องการยุบพรรคก่อน และพยายามชี้ให้เห็นถึงองค์กรที่มีอำนาจได้เข้าใจว่าการยุบพรรคไม่ได้ช่วยอะไร การยุบพรรคไม่ได้ทำให้การเมืองดีขึ้น แต่การยุบพรรคทำให้การเมืองไทยอยู่กับที่ ล้าหลัง เรามีบทเรียนมาแล้วหลายครั้งจึงอยากชวนให้ทุกคนคิดว่าไม่ใช่แค่การยุบพรรค แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า อย่างกรณีของพรรคก้าวไกลที่มีมติส่งสารรัฐธรรมนูญยุบพรรค คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรต้องถามเราก่อน ให้สิทธิในการโต้แย้ง ชี้แจง อยู่ๆ มารวบรัดความ ถ้าไม่ให้กระบวนการแบบนี้กับเรา สุดท้ายสังคมไทยจะอยู่อย่างไร ท้ายที่สุดแล้วทำไมกรณีของพรรคก้าวไกลกับพรรคภูมิใจไทยจึงต่างกัน คนจึงมองว่าทำไมก้าวไกลถูกปองร้าย แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะพรรคก้าวไกล รวมถึงฝ่ายค้านทั้งหมด เพราะโลกจะมองว่านี่คือกระบวนการทำลายฝ่ายค้านหรือไม่ จึงอยากให้มองถึงผลดีผลเสีย ความพยายามยุบพรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่าสิ่งที่เราได้ทำในการเสนอกฎหมายและนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ได้ยื่นต่อ กกต.และได้รับการรับรองเป็นนโยบายของพรรค ถ้าในกฎหมายบอกว่าห้ามแก้มาตรา 112 เราก็คงไม่ทำ แต่กฎหมายไม่ได้มีเขียนแบบนี้ เราจึงพยายามใช้กลไกของสภา พรรคการเมืองไหนไม่เห็นด้วยก็ไปโหวตในสภาฯ

เมื่อถามว่าประธาน กกต.ระบุว่า มีหลักฐานสำคัญในการยื่นยุบพรรคก้าวไกลคือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์กล่าวว่า คำวินิจฉัยกรณีการล้มล้างการปกครอง ส่วนหนึ่งเป็นการใช้ตามมาตรา 49 แต่ไม่ได้วินิจฉัยให้ยุบหรืออะไร ซึ่งขั้นตอนที่ทำนั้นแยกส่วนกัน และ กกต.ก็ต้องรับฟังเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วเหตุที่วินิจฉัยออกมาจะนำไปสู่เหตุการณ์ยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละกรณีกันเพราะถ้าเป็นกรณีเดียวกันกับการล้มล้างการปกครองแล้วต้องยุบพรรค ทำไมไม่ใส่ในมาตราเดียวกัน ทำไมไม่ใช้อำนาจหน้าที่เดียวกัน ทำไมต้องแบ่งกัน กกต.ต้องฟังแต่แรก ตนเข้าใจว่า กกต.ใช้อำนาจตามมาตรา 92 แต่เหตุใดไปพิจารณาตามมาตรา 93 ทำไมไม่ใช้มาตรา 92 เพราะกฎหมายเปิดช่องสร้างความเป็นธรรมได้ แต่ กกต.ไม่ทำ และใช้อำนาจย้ายพรรคก้าวไกลไปอยู่ในมาตรา 92 ส่งผลให้กรณีของพรรคก้าวไกลเร็วกว่ากรณีร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังและน่ากังขามาก

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม จะมีเรื่องกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่ ว่าตอนนี้ ยังไม่ได้พูดถึงกรณีนี้ แต่กำลังหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อวางกรอบการนิรโทษกรรม ซึ่งก็มีหลายแนวคิด เช่นการแยกกลุ่ม แยกประเภทหรือรวมกันเป็นแพ็กเกจเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญเราต้องถามตัวเรา ว่าตกลงแล้วมี กมธ.ชุดนี้ไปทำไม ถ้าในที่สุดไม่สามารถแก้นิรโทษกรรม และมีคนบางกลุ่มถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาทางการเมือง ส่วนจะรวมไปถึงกรณียุบพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงเป็นคนละกรณี เพราะไม่สามารถไปรวมถึงเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

Advertisement