หน้าแรก การเมือง ทนายอั๋น ให้ถ...

ทนายอั๋น ให้ถ้อยคำ หอบหลักฐานเพิ่มประกอบคำร้องยุบภูมิใจ​ไทย​ จี้กกต. รีบส่งศาล รธน. มั่นใจไม่รอด

15.03.24 | 14:33 น.

ทนายอั๋น ให้ถ้อยคำ หอบหลักฐานเพิ่มประกอบคำร้องยุบภูมิใจ​ไทย​ จี้ กกต. รีบส่งศาล รธน.ตีคู่คำร้องยุบก้าวไกล มั่นใจ ภท.ไม่รอด

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การเลือกตั้ง ​(กกต.)​ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์​ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต.ในคำร้อง ที่ตนยื่นให้ กกต.พิจารณา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคภูมิใจไทย จากกรณีรับเงินบริจาค หจก.บุรีเจริญ​ คอนสตรัคชั่น​ ซึ่งได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2567 และตนยังได้นำพยานหลักฐานมายื่นต่อ กกต.เพื่อประกอบคำร้องดังกล่าว จึงขอให้กกต.นำเรื่องพิจารณายุบพรรคภูมิใจไทยเข้าสู่ที่ประชุมกกต.ในสัปดาห์หน้า และมีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคภูมิใจไทย ควบคู่ไปกับการยื่นคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งส่วนตัวมองว่าการยุบพรรคก้าวไกลยังห่างไกลกับการยุบพรรคภูมิใจไทย

โดยคำวินิจฉัยกรณีของนายศักดิ์​สยาม ชิดชอบ นั้นโดยเฉพาะการให้นอมินี​ถือหุ้นแทน ซึ่งส่วนตัวเห็นว่ามันจบแล้วเพราะ หจก.บุรี​เจริญ​ นำเงินมาบริจาคให้กับพรรคภูมิใจ​ไทย​ วงล้อแห่งการกระทำความผิดครบถ้วนกระบวนความไม่จำเป็นต้องตีความ แต่สำหรับกรณีพรรคก้าวไกลยังต้องมีการวินิจฉัยต่อไป ซึ่งจากคำวินิจฉัย​ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ 4 คนระบุว่าการแก้ไขประมวลกฎหมาย​อาญา​มาตรา 112 อาจจะกระทำได้ หรือกระทำไม่ได้ แต่ในส่วนของ หจก.บุรี​เจริญ​ นายศักดิ์​สยาม และพรรคภูมิใจ​ไทย​ ข้อเท็จจริงนั้นจบแล้ว

อย่างไรก็ตามย้ำว่ารัฐมนตรี​ไม่สามารถถือหุ้นได้ เพราะถือว่าทำให้ราชการ​มีส่วนได้เสีย ขัดกับคุณสมบัติ​ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ที่ห้ามนำบริษัท​ของตัวเองเป็นคู่ค้าคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ และที่สำคัญที่สุดนายศักดิ์​สยาม​ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น นำบริษัท​เข้าประมูล​งาน และท้ายที่สุดชนะการประมูลงาน และก่อสร้างถนนหลวง รวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งตนได้นำหลักฐานเกี่ยวกับการก่อสร้าง รายได้ของ หจก.บุรี​เจริญ​ รวมถึงการรับบริจาคเงินของพรรคภูมิใจ​ไทย​ โดยได้รับจาก หจก.บุรี​เจริญเพียงแห่งเดียวกว่าหลายล้านบาท

“มาเรียกร้อง กกต.ต้องพิจารณา​ยุบพรรค​ภูมิใจ​ไทย​ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ​ตีคู่ไปกับยุบพรรคก้าวไกล​วัดใจศาลรัฐธรรมนูญ​ว่าจะเอาอย่างไร ฝากเป็นคำถามให้ กกต.ไปตามต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ไปตามต่อโดยเฉพาะกรมสรรพากร​ ปี 2562-2563 มีเงินเข้าบัญชีนายศักดิ์​สยาม กว่า 200 ล้านบาท ใช่หรือไม่ ปี 2562 นายศักดิ์​สยาม ​เสียภาษี้ป็นจำนวนเงิน 20,000 เงินที่มาในบัญชีนายศักดิ์​สยาม 200 ล้านบาทไม่น่าจะมีการเสียภาษี ผมจึงขอถามว่าจริงหริอไม่ อย่างไรขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ไปตรวจสอบต่อ ส่วนเงินนั้นจะโยกไปไหนเดี๋ยวตามต่อ วันนี้เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากจะต้องถูกยุบออกจากสารบบมันจบละครับนาย การมาของผมวันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของพรรคภูมิใจ​ไทย​ และหวังว่าการมาวันนี้จะเป็นการเอาภูมิใจไทยบรรจุในเมรุ แล้ว กกต.ลากไปเผายังศาลา 2 ศาลรัฐธรรมนูญ​” นายภัทรพงศ์กล่าว

Advertisement

นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า คนที่บริจาคเงินให้กับพรรคภูมิใจไทยคือคนที่ศาลรัฐธรรมนูญ​บอกว่าเป็นนอมินี​ให้กับนายศักดิ์​สยาม โดยบริจาคให้กับพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2562 เป็นเงินจำนวน 2.7 ล้านบาท และหจก.บุรี​เจริญ​บริจาค​หลายครั้งรวมเป็นเงินหลายล้านบาท ซึ่งคนที่รับเงินบริจาคคือนายอนุทิน​ ชาญวี​รกูล​ หัวหน้าพรรคภูมิใจ​ไทย​ และนายศักดิ์​สยาม​ จึงเกิดคำถามคือนายศักดิ์​สยาม​ เป็นเลขาธิการ​พรรค และกรรมการ​บริหาร​พรรค​จะต้องรับผิดรับชอบกับการกระทำของพรรค ซึ่ง จก.บุรี​เจริญ​ เป็นของตัวเองและกฎหมาย​ห้าม เงินที่ได้มาจากการกระทำของ หจก.บุรี​เจริญ​ และในเครือ​ที่เป็นนอมินี เป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อตัวเองรับเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย​จึงผิดต่อพระราชบัญญัติ​ประกอบ​รัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยพรรคการเมือง​ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้ว