หน้าแรก การเมือง 11 เม.ย.เริ่ม...

11 เม.ย.เริ่มงานสงกรานต์ คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ เผยผลสำเร็จงานหนังฮ่องกง คาดปิดดีล 2,634 ล้าน

15.03.24 | 20:46 น.
นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567

หมอเลี้ยบ แถลงประชุมคกก.ซอฟต์พาวเวอร์ เริ่มจัดสงกรานต์ 11 เม.ย. ตั้งคกก.นครราชสีมา ก่อนขยายผลไปจว.อื่น ชี้ จัดงานหนังสือที่ไทเป งานหนังที่ฮ่องกง สำเร็จอย่างมาก


เมื่อเวลา 16.30 น วันที่ 15 มีนาคม ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2567 โดยมี นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ เข้าร่วมการแถลงในครั้งนี้

นายภูสิต กล่าวถึงผลการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า งาน Taipei International Book Exhibition (TIBE) 2024 ที่จัดขึ้นที่เมืองไทเป สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 20-25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มีการจัดไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยนขึ้นภายในงาน โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 23 ราย และมีหนังสือที่ได้ผ่านการคัดเลือกเพื่อนำมาจัดแสดงภายในคูหาของ Thailand Pavilion 150 เล่ม ภายในงานได้เจราจาจับคู่ธุรกิจถึง 153 คู่ และกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับการเขียนของไทย อาทิ การพบปะพูดคุยกับนักเขียน โดยนักเขียนรางวัลซีไรต์ นักแปล นักวาดการ์ตูน 7 รายจากไทย โดยในปี 2026 ประเทศไทยจะเข้าร่วมงาน Taipei International Book Exhibition (TIBE) 2024 ในฐานะเป็นสปอนเซอร์ของงาน

“ภายในงานมีกิจกรรมไฮไลต์สำคัญ คือกิจกรรมให้นักเขียน 10 ราย นำเสนอเนื้อหาหนังสือให้แก่โปรดิวเซอร์ไต้หวัน เพื่อพิจารณานำนิยายไทยไปดัดแปลงเป็นสื่ออื่นๆ โดยมีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง 24 ราย นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมของสำนักพิมพ์ไทยที่เข้าร่วมเจรจาการค้ารวม 23 ราย กับสำนักพิมพ์เอเจนซี่ไต้หวัน 29 ราย โดยเกิดการจับคู่เจรจาการค้าขึ้น 2 คู่ และมีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหาไทยมากกว่า 5 หมื่นราย” นายภูสิต กล่าว

Advertisement

นายภูสิต กล่าวต่อว่า กิจกรรมต่อไปคืองาน Hong Kong International Film & TV Market ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ฮ่องกง ถือเป็นงานอุตสาหกรรมบันเทิงที่ใหญ่ติด 1 ใน 3 ของโลก ไทยได้ร่วมออกคูหา จากทั้งหมด 14 ประเทศ โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมทั้งสิ้น 27 บริษัท และเข้าร่วมงานด้วยตัวเองอีก 7 บริษัท แบ่งเป็นธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และแอนิเมชั่น 9 บริษัทด้วยกัน ผู้ผลิตรายการและละครโทรทัศน์ 10 บริษัท และบริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีิทัศน์ 8 บริษัท โดยมีการเจรจาการค้าเกิดขึ้นภายในงาน 413 คู่ด้วยกันคาดการณ์มูลค่าการเจรจาที่เกิดขึ้นประมาณ 2,634 ล้านบาท ซึ่งเกินเป้าที่ทั้ง 3 หน่วยงานได้กำหนดไว้อยู่ที่ 800 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ด้าน ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาจัดทำงบประมาณ ที่จะอนุมัติช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม ซึ่งยังไม่มีกรอบตัวเงินที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น งบประมาณส่วนหนึ่งจะถูกกันไว้สำหรับการผลิตซีรีส์ ละคร ภาพยนตร์ สารคดี และ แอนิเมชั่น ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมที่สร้างงบประมาณกลุ่มนี้ขึ้นมา โดยจะเเยกออกมาเป็น 10 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสารคดี ภาพยนตร์ ทั้งแบบอิสระ และเพื่อเจาะหรือเพิ่มมูลค่าในตลาด เพื่อเน้นไปด้านเทศกาล เน้นการสร้างผู้ผลิตหน้าใหม่และบุคลากร เพื่อสร้างโอกาสและรายได้เข้าสู่ประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างกลุ่มผู้ชมใหม่ ๆ อย่างกลุ่มเด็ก

“ในอนาคตอันใกล้จะมีการประกาศที่ชัดเจนของงบประมาณการสนับสนุนทั้ง 10 รูปแบบ ซึ่งน่าจะครอบคลุมการผลิต 10-20% ของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ต้องขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการงบสนับสนุน ให้เริ่มเตรียมโปรเจ็กต์ ทั้งบทภาพยนตร์ โครงสร้าง หรือทีมทำงาน หรือถ้าทำไปแล้วก็เตรียมโครงการหลังการถ่ายทำได้ เรามีงบสนับสนุนเเล้ว ทุก ๆ ท่านในอุตสาหกรรมจะได้มีเวลาในการเตรียมงาน เตรียมโครงการ เตรียมโปรเจ็กต์ ในการพูดคุยกับกลุ่มทุนต่าง ๆ เพื่อหาทุนร่วม เราให้ความสำคัญกับระยะเวลาการทำงาน ไม่อยากให้อยู่ในระยะที่สั้นมาก ๆ” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี กล่าว

ด้านนายสุรพงษ์ ได้เปิดเผยว่า มีวาระประชุมที่สำคัญอีก 2 เรื่อง ได้แก่ การจัดงานมหาสงกรานต์ เนื่องจากในปีนี้มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ทำให้งบประมาณมาล่าช้ากว่าที่คาดการณ์กันไว้ ดังนั้น การจัดงานมหาสงกรานต์ในปีนี้จะมีข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณพอสมควร อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงมหาดไทย ก็ได้เตรียมการจัดงานสงกรานต์ในวันที่ 11 เมษายน บริเวณถนนราชดำเนินและสนามหลวง

นพ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมการด้านเฟสติวัล ก็ได้ทำเรื่องขอเสนอทำการวิจัยเพื่อที่จะกำหนดทิศทาง วางแนวทาง ของการจัดมหาสงกรานต์ในปีหน้าตั้งเเต่เนิ่น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามที่คาดหวัง ว่าจะให้เป็นเทศกาลระดับโลกให้ได้

อ่านที่ข่าวเกี่ยวข้อง :