หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ลั่นหย...

เศรษฐา ลั่นหยุดหายนะประเทศ เร่งแก้หนี้ข้าราชการ 2.8 ล้านคน ขอบคุณสหกรณ์ลดดอกเบี้ย

16.03.24 | 06:30 น.

เศรษฐา ลั่นหยุดหายนะประเทศ เร่งแก้หนี้ข้าราชการ 2.8 ล้านคน ขอบคุณสหกรณ์ลดดอกเบี้ย

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมรับฟังการแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินเงินกู้แก่บุคลากรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ จำนวน 11 หน่วยงาน มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ร่วมรับฟังการแถลงจากตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลัง, ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ) นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย (ประธานสมาคมธนาคารไทย)

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะรองประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการและบุคลากรของรัฐว่า ขณะนี้ในภาพรวมประชาชนมีหนี้ทั้งในและนอกระบบ รวมสูงกว่า 16 ล้านล้านบาท เป็นหนี้ประเภทต่างๆ ทั้งบ้าน เช่าซื้อรถยนต์ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ สินเชื่อเกษตร และหนี้สินอื่นๆ

“หนี้เงินกู้สวัสดิการ ของบุคลากรภาครัฐ นับเป็นยอดหนี้ที่มีขนาดใหญ่ และมีความสำคัญ แต่ส่วนใหญ่ไม่ปรากฏในรายงานยอดหนี้ของศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จากจำนวนบุคลากรภาครัฐจำนวน 3.1 ล้านคน ยังไม่รวมสมาชิกในครอบครัว เป็นลูกหนี้เงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ 1,378 แห่ง จำนวนลูกหนี้รวม 2.8 ล้านคน และมีธนาคารที่ให้สินเชื่อในลักษณะสวัสดิการร่วมด้วย อีกอย่างน้อย 3 แห่ง คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 3 ล้านล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้จำนวนหนึ่งยังคงชำระหนี้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์และธนาคารอยู่ แต่มีบุคลากรภาครัฐจำนวนมากที่มีรายได้สุทธิหลังหักชำระหนี้ และเงินค่างวดรายเดือนแล้ว มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และบุคลากรของรัฐจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่กำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จนกลายเป็นปัญหารุนแรง จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

Advertisement

นายเศรษฐา กล่าวมอบนโยบายว่า ขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชื่นชมในการตั้งใจทำงาน ส่วนตัวเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ได้ประสบปัญหาเยอะแบบเดียวกับข้าราชการอีกหลายแสนคน ข้าราชการเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ แต่ยังมีหนี้สินชักหน้าไม่ถึงหลัง ถือเป็นสารตั้งต้นหายนะของประเทศ ต้องขอใช้คำนี้เพราะไม่ใช่แค่เพียงมีเงินไม่พอ แต่หันไปพึ่งสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด หรือไปทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นสารตั้งต้นที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นการรวมตัวกันในวันนี้ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมายว่าไม่ต้องออกจากราชการ มีเงินใช้ 30% รวมถึงสินเชื่อพิเศษ ลดดอกเบี้ย

เข้าใจว่าหลายหน่วยงานต้องหวังเรื่องการปันผลหรือผลกำไร แม้ว่าแบงก์ชาติจะไม่ลดแต่หน่วยงานช่วยกันลด ขอขอบคุณจากใจจริง และเชื่อว่าข้าราชการในหน่วยงานนั้นก็ขอบคุณเช่นเดียวกัน และขอฝากข้อคิดว่าต้องการให้หน่วยงานสหกรณ์เข้ามาร่วมโครงการนี้ให้มากขึ้น และขอให้ทำงานหนักขึ้น เชื้อเชิญให้เข้ามาอยู่ในระบบให้มากขึ้นเพราะทุกวันนี้หนี้สินเหล่านี้ไม่ได้ลดลงไป เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้มีขีดจำกัดในการทำงานพอสมควร เพราะเป็นผู้บริหารระดับสูง จะต้องหาวิธีการการแก้ปัญหา ขอให้ทะเยอทะยานมากขึ้น พยายามช่วยเหลือประชาชนให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เชื่อว่าผู้นำเหล่าทัพมีความใกล้ชิด และเข้าใจความลำบากของประชาชนอยู่แล้ว

จากนั้นนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการแก้ไขหนี้สินบุคลากรภาครัฐที่ส่วนใหญ่ระบุต้องการอยากให้ลดดอกเบี้ยว่า ทุกคนรับฟังอยู่ตามที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลพูดถึงเรื่องลดดอกเบี้ยทั้งหมด ถ้าลดดอกเบี้ยจะช่วยลดรายจ่ายส่วนหนึ่ง

“อย่างที่บอกถ้าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ลด อย่างน้อยหน่วยงานเหล่านี้ก็มีจิตใต้สำนึกที่ดี ที่มีการลดดอกเบี้ย ผมขอขอบคุณ เพราะการทำงานเหล่านี้ต้องทำด้วยใจจริงๆ เชื่อว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพและเจ้าหน้าที่ระดับสูง เห็นความลำบากของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเรื่องภาระหนี้สินหรืออะไรต่างๆ เหมือนที่ผมแถลงในที่ประชุมว่าเป็นสารตั้งต้นหายนะของประเทศต้องช่วยกันไปก่อนตอนนี้” นายเศรษฐา กล่าว