หน้าแรก การเมือง พิธา ลุยดับไฟ...

พิธา ลุยดับไฟป่า จำไม่ลืม คนเชียงใหม่ไว้ใจเลือกก้าวไกลที่ 1 ยกข้อมูลชี้ชัดปีนี้หนัก เร่งแก้ปัญหาปชช.

16.03.24 | 11:32 น.

พิธา ลุยดับไฟป่า จำไม่ลืม คนเชียงใหม่ไว้ใจเลือกก้าวไกลที่ 1 ยกข้อมูลชี้ชัดปีนี้หนัก เร่งแก้ปัญหาปชช.

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ส.ส.พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ และบรรดาแฟนคลับมารอต้อนรับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งจะเดินทางมาถึงในเวลา 09.00 น. เพื่อศึกษาติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่ากับหน่วยงานและภาคประชาชนสังคมในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเดินทางมาถึง นายพิธาให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า จะเดินทางไปที่อำเภอสันป่าตอง เพื่อร่วมกับอาสาสมัครดับไฟป่า ของมูลนิธิกระจกเงา เพราะพรรคก้าวไกลติดตามปัญหาไฟป่าและหมอกควันมาอย่างต่อเนื่อง และประธานคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นเลขาธิการของพรรคเราด้วย ขณะที่สภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่เช้านี้ ตรวจสอบจากแอพพลิเคชั่น Air Visual ดัชนีคุณภาพอากาศ ( AQI ) สูงกว่า 215 สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันเป็นวันที่สอง ส่วนจุดความร้อน หรือฮอตสปอต จากดาวเทียมจีสด้าก็สูงกว่า 2,000 จุด หรือมากกว่า 8 เท่า เมื่อเทียบกับวันเดียวกันปีก่อน

โดยวันนี้ตั้งใจจะมาศึกษาข้อมูลเข้าใจพฤติกรรมของไฟจากหน้างานในพื้นที่ เพราะมูลนิธิกระจกเงาอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งหาวิธีทำให้ทีมงานมีจำนวนเพียงพอเข้าถึงไฟก่อนที่จะลุกลาม ปัญหาไฟป่าเป็นเรื่องที่สามารถเตรียมการล่วงหน้าได้ เพราะหลายจุดเป็นพื้นที่ไหม้ซ้ำซาก ตอนนี้กำลังเช็กข้อมูลว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตภัยพิบัติหรือไม่ ปีก่อนก็ทราบว่าไม่ประกาศเพราะกังวลผลกระทบด้านท่องเที่ยว แต่ตอนนี้สถานการณ์รุนแรงควรจะประกาศ หากไม่ประกาศงบกลางจะไม่สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ประกาศให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ร่วมมือกับท้องถิ่นได้ จึงอยากรู้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ และวันนี้ก็ไม่ได้เข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าแต่เข้าไปกับมูลนิธิกระจกเงาที่ทำเรื่องนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว เพราะเป็นข้อเรียกร้องของภาคประชาสังคมที่อยากให้ภาคการเมืองเข้าไปดู

Advertisement

นายพิธากล่าวถึงการลงพื้นที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทราบว่านายกฯลงพื้นที่แต่ไม่ทราบกำหนดการ แต่ตนตั้งใจลงมาดูหน้างานจริงๆ ดูอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสม และการเข้าถึงพื้นที่ว่าทำอย่างไรต้องเดินเท้า หรือใช้จักรยานยนต์วิบาก เพราะเข้าใจว่า 90% ของแรงที่ใช้ไปใช้กับโลจิสติกส์ หรือการขนส่ง เพื่อลำเลียงอุปกรณ์และน้ำเข้าไปดับไฟ

ส่วนที่มีการเปรียบเทียบการลงพื้นที่ของนายพิธาครั้งนี้กับนายกรัฐมนตรี นายพิธาบอกว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการวัดพลัง ไม่ควรเปรียบเทียบกัน ควรเอาปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้ง ข้อมูลเห็นชัดว่าปีนี้หนัก จึงมาทำงานในฐานะฝ่ายค้าน และ ส.ส.ที่มีในพื้นที่ ไม่เกี่ยวกับการวัดพลังมวลชน

ขณะเดียวกันการลงพื้นที่วันนี้ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับการวัดพลังมวลชนของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เพราะไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคิดอะไรแบบนี้ เวลานี้ควรคิดว่าจะแก้ปัญหาให้ประชาชนเร็วที่สุดได้อย่างไร และจะถอดบทเรียนปัญหาอย่างไร เพื่อให้ปีหน้าปัญหาทุเลาลงกว่านี้ ควรเอาเนื้องาน

นายพิธายืนยันว่าการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้มาทับไลน์อดีตนายก จึงไม่กังวลเรื่องกระแส เพราะเราเอาปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้ง ข้อมูลตอนนี้ก็เห็นชัดว่าปีนี้อากาศเชียงใหม่หนักมาก จึงมาทำงานในฐานะฝ่ายค้าน และ ส.ส.ของพรรคก็มีอยู่ในพื้นที่ถึง 7 คน จาก 10 เขต และช่วงเสาร์-อาทิตย์ตนเองก็ลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ไม่เกี่ยวกับการปูทางเพื่อเตรียมเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะยังไม่ได้คิดเรื่องการเลือกตั้ง อบจ.เนื่องจากเวลายังอีกยาว

ขณะที่การเดินทางกลับบ้านเกิดจังหวัดเชียงใหม่ของนายทักษิณ ในรอบ 17 ปี และมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองลงพื้นที่พบปะมวลชน จะกระทบกับกระแสของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายพิธาบอกว่า ไม่ได้คิดถึงเรื่องกระแส ตั้งใจทำงานเต็มที่เพราะมีวาระสำคัญๆ เยอะ ทั้งเรื่องสภาที่กำลังเป็นวิกฤตของชาติ โดยสัปดาห์หน้าก็จะมีอภิปรายเรื่องงบประมาณ วาระสองพอดี ก็จะมีเรื่องเกี่ยวข้องกับการขอใช้งบ ปภ. อปท. และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ก็จะมีข้อมูลกลับไปอภิปราย

“ไม่คำนึงเรื่องกระแสอะไร ขอทำงานเต็มที่ ตอนนี้วิกฤตของเชียงใหม่ตอนนี้สำคัญกว่ากระแสพรรค และพุธ-พฤหัสบดีนี้ ก็มีอภิปรายเรื่องงบประมาณ จากนั้นต้องบินไปประชุมรัฐสภาสากล ที่เจนีวา วิกฤตของพรรคก็มีเรื่องคดีอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้มีทีมเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับ กกต. และ ปชช. เพื่อไล่ดูระยะเวลาของ กกต.จากนี้ว่าจะมีอะไร รวมทั้งเปรียบเทียบฎีกาของ ปชช.ในคดีต่างๆ เตรียมอภิปรายต่อสู่คดีเรื่องน้ำหนักระหว่างมาตรา 49 และ 92 ที่อันหนึ่งมีไว้ป้องกันและอีกอันใช้ประหาร แค่มีคำว่าล้มล้าง แต่โทษก็มีสัดส่วนไม่เหมือนกันขึ้นกับดุลพินิจ เพราะอันหนึ่งแค่ตักเตือนอีกอันไว้ยุบพรรค และริดรอนสิทธิในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่เชื่อว่าศาลจะให้ความยุติธรรม และให้น้ำหนักมากกว่า มาตรา 49 ที่พิจารณาไปแล้ว ยืนยันว่าไม่กังวลคดียุบพรรค เพราะได้เตรียมการมานานแล้ว” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวเพิ่มเติมว่า การทำงานของก้าวไกลเหมือนการเขียนหนังสือ เรื่องอุดมการณ์ ปณิธานและคะแนนเสียงที่ประชาชนให้มา 14 ล้านเสียง ไม่ว่าจะมีพรรคก้าวไกล มีตนหรือไม่มีตน ก็พร้อมทำงานต่อไป ไม่คิดเรื่องคะแนนเสียงครั้งหน้าเพราะเร็วเกินไป แต่ที่จำได้ไม่ลืมคนเชียงใหม่ออกมาใช้เสียงกว่าร้อยละ 80 และพรรคก็ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ได้ ส.ส.ถึง 7 เขต จึงไม่มองอนาคตแต่มองปัจจุบันและอดีตที่ชาวเชียงใหม่ให้ความไว้วางใจเรา แม้เวลาผ่านไป 8 เดือนแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำเหตุผลว่า ทำไมทั้งอดีตนายกฯและนายกฯต้องลงมาในพื้นที่ในเวลาที่พี่น้องชาวเชียงใหม่ลำบากที่สุด