09.00 INDEX สงคราม เพื่อไทย ก้าวไกล อ่านผ่าน สมรภูมิ เชียงใหม่
ภาพอันสะท้อนจากเชียงใหม่นับแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นมา ไม่ว่าจะมองผ่าน นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ว่าจะมองผ่าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัดเจนอย่างที่สุด
ชัดเจนว่าความเป็นจริงของการเมืองใน “ปัจจุบัน” และแนวโน้มที่จะตามมาใน “อนาคต” อันใกล้จะดำเนินไปอย่างไร
นั่นก็คือ การต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล
มีความเชื่อสูงเป็นอย่างยิ่งว่าพรรคก้าวไกลอาจถูกยุบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อาจถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่แนวโน้มจากความเป็นจริงนี้ก็จะไม่แปรเปลี่ยน
นี่คือความเป็นจริงทางการเมืองที่เคยเกิดมาแล้วภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เพียงแต่ระยะกาลนั้นเป็นการเมืองระหว่างพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่พรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคกิจสังคม ล้วนดำรงอยู่เหมือนกับใบเฟิร์นประดับและสร้างสีสันให้กับแจกันในทางการเมืองเท่านั้น
การยุบพรรคก้าวไกลจึงแทบไม่มีความหมาย การตัดสิทธิในทางการเมืองของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่มีความหมาย
ด้านหลักคือการต่อสู้พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล
หากประเมินผ่านบนโต๊ะอาหาร หากประเมินการเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร นับแต่นำเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงจอดที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็จะเห็น
นั่นก็คือภาพของรัฐมนตรี นั่นก็คือภาพของข้าราชการระดับสูงที่มาตั้งแถวต้อนรับอำนวยความสะดวก
เหมือนกับจะเป็นรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ แต่ในความเป็นจริงก็เคยเป็นคนของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยมาก่อน
ถามว่าในพรรครวมไทยสร้างชาติ ถามว่าในพรรคภูมิใจไทย ถามว่าในพรรคชาติไทยพัฒนา ถามว่าในพรรคชาติพัฒนากล้า ถามว่าในพรรคประชาชาติมีองค์ประกอบอย่างนี้หรือไม่
พลันที่เกิดปรากฏการณ์ข้ามขั้วทางการเมืองนับแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นต้นมาทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เห็นในวันนี้
ยิ่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เดินทางไปเชียงใหม่ยิ่งชัดเจน
สงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดกำหนดการของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงเปลี่ยนจากพื้นที่เชียงรายเป็นพื้นที่เชียงใหม่
ขณะเดียวกัน ก็นำ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ลงไปพร้อมกัน
ไม่ว่าจะมองจากภาพของ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ว่าจะมองจากภาพของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนยันอย่างชัดเจนว่าสมรภูมิเชียงใหม่คือตัวแทนในการต่อสู้ลักษณะทั่วประเทศ
นั่นก็คือการทำสงครามชิง “พื้นที่” อันร้อนแรงและแหลมคมระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจักต้องดำเนินไป

