นายกฯ ชี้ บิ๊กโจ๊ก ยังไม่ต้องหยุด ปฏิบัติหน้าที่ ระบุแค่ถูกหมายเรียกเท่านั้น ผบ.ตร.รู้หน้าที่ไม่ต้องกำชับ ลั่นไม่มีช่วยคดี

17.03.24 | 19:19 น.

นายกฯ ชี้ บิ๊กโจ๊ก ยังไม่ต้องหยุด ปฏิบัติหน้าที่ ระบุแค่ถูกหมายเรียกเท่านั้น แต่ถ้าถึงเวลาหยุด ก็ต้องหยุด ลั่น ผบ.ตร. รู้หน้าที่ไม่ต้องกำชับพิเศษ ยัน ไม่มีช่วยคดี


เมื่อเวลา 18.07 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการออกหมายเรียกพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ก็ต้องว่าไปทำกฎหมาย ทุกวันนี้แม้ถูกหมายเรียก แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งจับ ก็หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ตอนนี้ให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีการเจอกัน และก็แต่งตัวนอกเครื่องแบบมา หล่อเลย จำแทบไม่ได้

เมื่อถามว่าต้องกำชับพลตำรวจเอกต่อศักดิ์​ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ ผบ.ตร. สั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะอาจจะไปเกี่ยวข้องกับคดีและประชาชนก็จับตาดูอยู่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ครับ เชื่อว่า ผบ.ตร.รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร ท่านรู้กระบวนการทางกฎหมายอยู่แล้ว อีกทั้งขณะนี้ เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายตำรวจก็ไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล มาคอยตามนักการเมืองระดับสูง เพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องคดี นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบกลับว่า “ผมเหรอ” และรีบปฏิเสธทันทีว่า ไม่มีๆๆ ยืนยันว่าไม่มีการพูดเรื่องคดีของใครทั้งสิ้น เขารู้ว่าตนเป็นคนอย่างไร เรื่องพวกนี้ ตนไม่ยุ่งอยู่แล้ว ให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝาย

Advertisement

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะต้องมีการเรียกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาประชุมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีประชุมนัดพิเศษ นอกจากจะมีข้อมูลใหม่ เพราะตอนนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมแล้ว และเดือนนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีประชุม ก.ตร.หรือไม่ แต่ปกติประชุมเดือนละครั้ง ตนจำตารางประชุมไม่ได้

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เกิดกับนายตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่ จำเป็นจะต้องกำชับอะไรหรือไม่ หรือให้เป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เวลาที่ตนเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมาพบ จะเน้นเนื้องานเป็นหลัก ครั้งก่อนเจอพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ​ พันธุ์​เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ก็เน้นเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ เพราะประชาชนยังเข้าสู่กระบวนแก้หนี้นอกระบบน้อยอยู่ จึงสั่งให้พลตำรวจกิตติรัตน์ กำชับผู้กำกับทุกอำเภอ ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ ให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการเยอะขึ้น และกำชับว่าอย่าให้อำนาจมืดมาข่มขู่ลูกหนี้ได้ และก็ได้มีการพูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด และก็เป็นเรื่องงานทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไปตามขั้นตอน หากจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ตอนนี้ค่อนข้างมั่นใจว่ายังไม่ถึงจุดนั้น

เมื่อถามว่าตอนนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าวงการสีกากีมีการรบนอกศาล ตอบโต้กันไปมาระหว่างสองฝ่าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเชื่อว่าตอนนี้เบาลงไปแล้ว จากสองอาทิตย์ที่แล้ว แต่ถ้าให้ตนแนะนำให้ทำงานกันไปเถอะ เพราะอย่างที่บอกตนไม่ฟังว่ามีการตอบโต้หรือให้ข่าว แต่สิ่งสำคัญที่สุด ประชาชนอยากให้ตำรวจไปทำหน้าที่ตรงนี้มากกว่า ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตนได้กำชับไปแล้วว่าต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดทุกเรื่อง เพราะทุกข์สุขของประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีการกำชับเรื่องการปราบปรามการพนันออนไลน์หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พูดถึงมากเนื่องจากการพนันออนไลน์อยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน และเวลาที่ตนเดินทางไป ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และได้พบกับนายกรัฐมนตรีของลาว ในการประชุมอาเซียนออสเตรเลีย ก็มีการพูดคุยเยอะมากโดยจะต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ