“บิ๊กตู่” ประชุมเวิร์กช็อปขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศบอกทุกอย่างต้องเดินหน้าและเห็นเป็นรูปธรรม
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยก่อนการประชุมนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หารือนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้าก่อน
ทั้งนี้ก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมวันนี้จะมีความคืบหน้าและเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างหรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ พยักหน้ายอมรับ พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า มันต้องเป็นรูปธรรมประเทศจะถอยหลังได้อย่างไรก็ต้องเดินหน้าต่อ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งก่อนเริ่มการประชุมโดยทักทาย สมาชิก สนช. สปท. ครม. และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกล่าวว่าซึ่งวันนี้เป็นการประชุมเพื่ออนาคต เพื่อการปฏิรูปประเทศไปข้างหน้า โดยเมื่อสักครู่ได้หารือกับคณะทำงาน ประธาน สนช. ประธาน สปท.แล้ว ว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร เบื้องต้นจึงอยากเริ่มด้วยการรับฟังว่า แนวความคิดต่าง ๆ ในการทำงาน และการปฏิรูปประเทศ ที่จะทำให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนนั้นต้องทำอย่างไร ทั้งการแก้ปัญหาที่ผ่านมา งานที่ทำในปัจจุบัน และการวางรากฐานในอนาคต ซึ่งเป็นการปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ วันนี้ประชาชนยังไม่เข้าใจ ว่าอะไรคือการปฏิรูป หรือ อะไรคือการแก้ปัญหา เช่นปัญหาเร่งด่วน ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อน ที่ดินทำกินเหล่านี้ ที่เป็นเพียงปัญหารายชิ้น แต่การแก้ปัญหาเชิงบูรณาการ ที่ประกอบไปด้วยการบริหาราชการแผ่นดินเชิงรุก การมีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
อีกทั้งการออกกฎหมาย เพื่อทำการปฏิรูปให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้โดยเร็วในระยะเวลาที่กำหนดไว้ทั้งหมด คือ 20 ปี ข้างหน้า แต่สิ่งที่ ให้ความสำคัญขณะนี้ คือ 1 ปีจากนี้ ในปี 2560 จะต้องรวบรวม ข้มูลพื้นฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะจากรัฐบาล คสช. สปท. คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทั้งกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และ กฎหมายลูก ในกิจกรรมทั้งหมดของแม่น้ำ ทั้ง 5 สาย เพื่อนำมาคลี่ แล้วสร้างการรับรู้ว่าของเดิมทำอะไร เพราะประชาชนยังไม่เข้าใจโดยประชาชนมองเพียงว่า การรับรู้ คือการที่จะมีรายได้สูงขึ้น โดยไม่ได้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด ดังนั้นในการทำงานของพวกเรา ที่ตั้งขึ้นมา 4 คณะ ในความมุ่งหมาย ของนายกรัฐมนตรีคือ เพื่อต้องการสร้างความชัดเจนกับสังคม เพราะกลัวว่าเราจะเหนื่อยเปล่า ถ้าสังคมไม่เข้าใจ แล้วก็จะขัดแย้งไปทุกเรื่อง เพราะทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือทำแล้ว ทำไม่ได้

