“บิ๊กตู่” เผยผลประชุมเวิร์กช็อปเพื่อการปฏิรูป เน้นแก้ปัญหาทั้งปัจจุบัน-อนาคต ให้เกิดความเข้าใจตรงกัน รวมทั้งเร่งสร้างความเข้าใจประชาชน ย้ำการทำงานไม่หวังอยู่ต่อ ขอทำหน้าที่ให้จบในช่วงเวลาที่มี
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่หนึ่งร่วมหารือว่า ดีใจ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความสำคัญกับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมแม่น้ำ 5 สายที่ครบถ้วนกระบวนความ ในการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) วันนี้ถือเป็นการมาปรับความเข้าใจกันในเรื่องที่เราต้องดำเนินการ ในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการที่เราจะต้องปฏิรูปประเทศ การวางยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทั้งหมดมีเป้าหมาย ปัญหา และวิธีการปฏิบัติแบบเดียวกัน วันนี้จึงได้มาพูดคุยถึงการแก้ปัญหาการบริหารราชการ ทั้งในวันนี้และในอนาคตข้างหน้าต่อๆ ไป
นายกฯกล่าวต่อว่าในการพูดคุยเรื่องของกฎหมาย ที่จะต้องอำนวยในการปฏิบัติต่างๆ บางอย่างอาจทำได้เร็ว และทำมาบ้างแล้ว บางอย่างก็ยังทำไม่ครบ ก็มีการรับทราบ และรับรู้ทั่วกัน เป็นการรับทราบพื้นฐาน ทั้งนี้การบริหารประเทศที่ผ่านมานั้น มีการประสานโดยคณะกรรมการประสานงาน (วิป) อยู่แล้ว โดยเอกสาร ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการทำความเข้าใจอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นก็จะสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนไม่ได้ ประชาชนก็อาจไม่เข้าใจว่าอะไรคือการปฏิรูป อะไรคือการทำยุทธศาสตร์ชาติ อะไรคือการบริหารราชการแผ่นดินในเชิงยุทธศาสตร์ อะไรคือการปรองดอง
“ทั้งหมดในการทำงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ ใน ป.ย.ป. มีความขัดแย้งกันสูง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมือง ยังมีความขัดแย้งในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น การแก้ปัญหาน้ำจะทำอย่างไรให้เส้นทางน้ำที่ทำนั้นต่อไปได้ในทิศทางที่ควรจะเป็น ไม่เช่นนั้นก็จะคิดขัดในด้านต่างๆ จนทำให้เกิดความเสียหายเหมือนที่ผ่านมา คนเดือดร้อนคือประชาชน สิ่งเหล่านี้เราจำเป็นต้องใช้วิธีการในการบริหารจัดการ โดยการสร้างการรับรู้ไปด้วยกัน ในเวลาจะทำอะไรผมพยายามที่จะพูดให้มาก ให้แนวทาง ให้แนวความคิด บางครั้งต้องพูดไปไกลเพื่อต้องการให้เกิดความร่วมมือกัน ตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมา ไม่ใช่ว่าสั่งหรือมอบนโยบายอะไรแล้วจะต้องเกิดทีเดียว เพราะบางอย่างสั่งไปแล้วไม่ใช่เกิดได้ทันที จึงอยากให้ทุกคนคิดตาม”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติวันนี้ในส่วนของรัฐบาลยืนอยู่ที่แท่งเดิมอยู่แล้ว คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป (กขป.) ทั้ง 6 คณะ รองนายกรัฐมนตรี ก็ทำงานอยู่แล้ว มีกิจกรรมทำเป็นร้อยอย่าง บางอย่างก็เป็นฟังค์ชั่น บางอย่างก็เป็นบูรณาการ วันนี้เราก็มีอีกข้างคือ สปท. และสนช. โดยมีคณะกรรมการป.ย.ป. มาขับเคลื่อนการทำงานไปพร้อมกัน ซึ่งในส่วนของข้างล่างก็เป็นหน่วยงานของรัฐภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ธุรกิจ ภาคประชารัฐ ก็จะไปขับเคลื่อนกันในข้างล่าง อย่างไรก็ตามการที่เรามีคณะกรรมการ ป.ย.ป. ก็เพื่อให้เกิดความเร่งด่วน เร็วขึ้น เรื่องอะไรก็ตามเดิมทำแล้วติดขัด จากกขป. ก็จะหยุดกิจกรรมตรงนั้นมาใส่ที่ป.ย.ป. คือการบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ จะต้องปลดล็อกให้ได้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน
“ทุกคนต้องเรียนรู้ อย่าปวดหัว เพราะสิ่งที่ทำมาไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากนัก ที่จะร่วมมือกัน ทั้งหมดที่เราพยายามทำอยู่นั้น คือการสานต่อสิ่งที่เราทำมา 2 ปี ครึ่ง กับสิ่งที่เราจะทำอีก 1 ปี รวมทั้งสิ่งที่เราจะส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป รัฐบาลพยายามคิด พยายามทำตั้งแต่วันแรก ผมคิดเช่นนี้มาโดยตลอด ไม่ใช่จะทำเพื่อทอดเวลา มันไม่ใช่ รัฐธรรมนูญก็มีการร่างออกมา ตามระยะเวลาที่กำหนด กฎหมายลูกที่มีการกำหนดไว้ว่าจะทำกี่ฉบับก็ทำแค่นั้น ไม่ใช่จะไปลดลงเพื่อให้เกิดความรวดเร็วจนทำให้ประเทศชาติอยู่ในภาวะอันตราย สิ่งที่ผมต้องการคือทำให้ครบทั้ง 10 ฉบับ ตามเวลาที่กำหนด แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุกคนก็ต้องไปตัดสินกันเอาเอง ผมไปสั่งอะไรใครไม่ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ารัฐบาลอยากอยู่ต่อนานๆ ซึ่งไม่ใช่ ผมพยายามทำทุกอย่างในช่วงเวลาที่มี ไม่เช่นนั้นคงไม่ตั้งคณะทำงานวุ่นวายขนาดนี้ จึงอยากให้เข้าใจตรงกัน วันนี้ถือเป็นรายการตามล่าหาความจริงของแม่น้ำ 5 สาย” นายกฯกล่าว

