“พริษฐ์” ปัดตอบปม “ก้าวไกล” เตรียมพรรคสำรอง หลังกกต.ส่งคดียุบพรรคถึงศาลรธน. บอกพร้อมรับทุกสถานการณ์ ขอรอพรุ่งนี้ ชี้ ต้องทำเต็มที่พิสูจน์ความจริง รับ ไม่ทราบทนายพรรครวมตัวถกทางออก ยัน “อนาคตไกล” ไม่ได้เกี่ยวข้อง
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 มีนาคม ที่พรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องคดียุบพรรคก้าวไกลให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่า ขั้นตอนต่อไปคงต้องรอวันพรุ่งนี้ (20 มี.ค.) ว่าศาลจะรับคำร้องหรือไม่ และจะวางกระบวนการหลังจากนี้อย่างไร ซึ่งก็ต้องมีการแจ้งคำร้องมายังพรรคก้าวไกล เราก็หวังว่าศาลจะให้โอกาสพรรคก้าวไกลได้แสดงความเห็นหรือชี้แจงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาได้ ทางพรรคก้าวไกลและทีมกฎหมายจะทำเต็มที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และไม่ปล่อยให้คดีนี้มาทำให้เสียสมาธิในการทำงานในสภา
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่แหล่งข่าวภายในพรรคก้าวไกลประเมินว่าจะมีการยุบพรรคในวันที่ 10 เมษายนนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า จะเร็วหรือช้า เราก็ต้องรับมือในทุกกรอบเวลา
เมื่อถามว่า มีการเตรียมพรรคสำรองไว้หรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่า พรรคก้าวไกลเตรียมแผนรองรับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ในเมื่อสถานการณ์ยังมาไม่ถึง ก็ยังไม่ลงรายละเอียดในตอนนี้ ท้ายที่สุดเราทั้ง 150 คน ถูกรับเลือกมาจากการเลือกตั้ง เพื่อพยายามผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เราได้สื่อสารในช่วงการเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ประชาชนก็คาดหวังให้เราใช้กลไกสภาในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มที่
“ส.ส.ก้าวไกลตื่นเช้ามา นอนหลับทุกคืน คิดแต่เรื่องงานเป็นหลัก ไม่ได้คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเมื่อไหร่” นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 อาจเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของพรรคก้าวไกล นายพริษฐ์กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลจะทำเต็มที่ตามมาตรฐานที่พรรคก้าวไกลได้สร้างไว้ และจะยกระดับให้เข้มข้นขึ้น จะเป็นการอภิปรายครั้งที่เท่าไหร่ ของพรรคที่ชื่อว่าอะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ ยืนยันว่า ส.ส.พรรคก้าวไกลจะใช้โอกาสทุกเวทีทุกพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อตรวจสอบรัฐบาล
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ปิดทางเรื่องพรรคสำรองใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรามีแผนรับรองทุกสถานการณ์ เมื่อสถานการณ์มาถึงจะชี้แจงรายละเอียดอีกที ส่วนสถานะของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คิดว่าต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการบริหารพรรคโดนดำเนินคดีและถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะให้ลาออกก่อน เพื่อเปิดทางให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมา เพื่อรักษาจำนวน ส.ส.หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน เข้าใจถึงข้อเสนอนี้ เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจคงมีการพูดคุยกัน
เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคอนาคตไกลเริ่มมีการดำเนินการกิจการภายในพรรค นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามว่า นายพริษฐ์อาจจะเป็นผู้นำรุ่นต่อไป นายพริษฐ์กล่าวว่า เราไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการวิเคราะห์ในประเด็นนั้น ณ วันนี้เราต้องทำเต็มที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ยังต้องยึดหลักการที่ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งจะทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง พรรคการเมืองแข่งขันกันได้ ผลประโยชน์ตกอยู่ที่ประชาชน ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลทำงานเต็มที่
เมื่อถามถึง เหตุผลที่ย้ายมาประชุมที่พรรคก้าวไกล เป็นเพราะมีวาระสำคัญเรื่องการยุบพรรคใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว แต่สาเหตุเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ทำให้ย้ายไปประชุมที่สภา เพื่อความสะดวกของ ส.ส. แต่หลังจากนี้จะกลับมาประชุมที่ทำการพรรคเช่นเดิม
เมื่อถามว่า วันนี้มีทนายความของพรรคมาด้วย จะมีการปรึกษาเรื่องข้อกฎหมายในคดียุบพรรคหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประชุม ส.ส.ที่เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่ามีการนัดหมายกับใครในที่นี้หรือไม่ เพราะในที่ทำการนี้ไม่ได้มีเฉพาะพรรคก้าวไกลเพียงอย่างเดียวแต่มีคณะก้าวหน้าด้วย
“ผมสารภาพว่าไม่ทราบว่าทางทนายมาพบปะกับใคร ในการประชุมอะไร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประชุม ส.ส.พรรค” นายพริษฐ์กล่าว

