หน้าแรก การเมือง “ศรีราชา&#822...

“ศรีราชา” อัดสตง.-คลัง อุ้มปตท.ปมท่อก๊าซ ยันต้องคืนเงิน 3.2หมื่นล้านให้แผ่นดิน

1.02.17 | 14:42 น.

“ศรีราชา” อัดสตง.-คลัง อุ้มปตท.ปมท่อก๊าซ ยัน ต้องคืนเงินอย่างน้อย 3.2หมื่นล้านบาท ให้แผ่นดิน แฉคนก.คลัง มีเอี่ยวผลประโยชน์ ฝากครม. ตัดสินใจยึดประโยชน์ชาติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินระบุว่ามีการเจรจากับตัวแทนกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับแนวทางที่จะให้ปตท.คืนท่อก๊าซมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท ให้กับรัฐด้วยการคืนทางบัญชีโดยเปลี่ยนท่อก๊าซเป็นทรัพย์สินประเภทเช่า และให้ปตท.จ่ายเงินค่าเช่าย้อนให้กรมธนารักษ์กว่าพันล้านบาท ซึ่งได้นำข้อสรุปดังกล่าวส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วอยู่ในระหว่างการรอนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากครม.เห็นชอบก็สามารถนำข้อสรุปดังกล่าวไปยุติคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินฟ้องต่อศาลปกครองในกรณีเดียวกันได้เพราะถือว่าตกลงกันได้ระหว่างปตท.กับกระทรวงการคลังนั้น

นายศรีราชา วงศารยางกูร อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางในกรณีดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่สตง.ตกลงกับกระทรวงการคลัง เพราะไม่ตรงกับที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ประเมินไว้ เพราะตัวเลขที่ต้องคืน คือ กว่า 6.8 หมื่นล้านบาท และปตท.คืนมาแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท ยังคงเหลืออีก 5.2 หมื่นล้านบาท หากจะลดลงมาเหลือ 3.2 หมื่นล้านบาท จะหายไป2 หมื่นล้าน อีกทั้งในจำนวน 3.2หมื่นล้านบาทนี้ยังมีข้อตกลงว่าเป็นการคืนแค่ตัวเลขทางบัญชี ตนก็ไม่แน่ใจว่าสตง.รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินหรือไม่

“พูดตรงๆว่าตนไม่ค่อยไว้ใจคนในกระทรวงการคลัง เพราะที่ผ่านมาเรื่องนโยบายพลังงานล้วนแต่เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่มีนอกมีในกันอยู่พอสมควร ทั้งเรื่องการซื้อขายน้ำมัน และเรื่องอื่น ๆ เป็นการหากินร่วมกัน ซึ่งตนในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำหน้าที่เท่าที่ทำได้ ใช้เวลาเป็นปีตรวจสอบอย่างละเอียด ที่สำคัญคนที่ให้ข้อมูลกับผู้ตรวจการแผ่นดินก็คือสตง.ที่บอกเราว่ายังมีประกาศอีก 58ประกาศย้อนหลังไปถึงสมัยสามทหาร เราจึงตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ถ้าสุดท้ายจะไปสมยอมกัน มาเป็นแบบนี้ก็สงสัยว่าเป็นเรื่องที่ชอบหรือไม่ มีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า “อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวและว่า การคืนท่อก๊าซที่ถูกต้องคือ ต้องคืนอย่างตรงไปตรงมา เอาเงินของปตท.หรือทรัพย์สินของปตท.มาคืนจะทำแบบทยอยคืน หรือทำแบบทีเดียว ก็ล้วนแต่จะช่วยประเทศชาติได้ทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลมีรายจ่ายเยอะ

Advertisement

นายศรีราชา กล่าวอีกว่า ทำไมต้องไปเห็นแก่บริษัทที่ไม่เคยเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศและคนไทย เขากำลังจะปรับโครงสร้างให้หลุดจากความเป็นรัฐวิสาหกิจด้วยซ้ำ แล้วไปสร้างความร่ำรวยให้กับคนในกลุ่มของตนเอง ตนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม คนเหล่านี้ถือว่าไม่มีจริยธรรมทางความคิด ส่วนที่สตง.กังวลว่าหากคืนเป็นเงินจะกระทบต่อสถานะการเงินและหุ้นของปตท.นั้นก็ไม่จริง อยากบอกว่าเรื่องหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อย่าพูดเลย เพราะตอนที่ตนจะฟ้องปตท.ก็บอกว่าหุ้นจะตก ถามว่าฟ้องแล้วหุ้นตกไหมก็ไม่ตก วิธีการคืนก็ไม่ได้หมายความว่าคืนทีเดียวให้บริษัทล้มละลาย ทยอยคืนก็ได้แล้วคิดดอกเบี้ย เพราะปตท.รีดนาทาเร้นจากคนอื่นปีละเท่าไร มิหนำซ้ำยังสมคบกับกองทุนน้ำมัน จนกำไรเยอะแยะมหาศาลแบบไม่ตรงไปตรงมา ถือว่าผู้บริหารบกพร่องทางจริยธรรม ไม่คิดถึงประโยชน์ประเทศ คิดถึงแต่ประโยชน์องค์กร วนกลับมาสู่ประโยชน์ส่วนตน

นายศรีราชา กล่าวต่อว่า ประเทศไทยโชคร้ายที่ไม่ได้คนดีมาบริหารองค์กรแม้ว่าจะเก่งมีความสามารถ แต่ไม่เคยทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติ สังคม ซึ่งตนไม่ยอมรับ แนวทางที่สตง.กับกระทรวงคลังเจรจากัน แต่ถ้าครม.เห็นชอบแล้วจะนำบทสรุปดังกล่าวไปยุติคดีที่ค้างอยู่ในศาลปกครองก็คงไม่อาจพูดอะไรได้ เพราะตนได้ปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว แต่ถ้าผู้เกี่ยวข้องไปทำอย่างนั้นคือสมยอมกันแล้วครม.ก็ยินยอมด้วย ตนก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะแต่ละคนที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปพิจารณาตัวเองว่าทำถูกต้องหรือไม่ ซึ่งรวมถึงครม.ด้วยต้องดูว่าได้รักษาผลประโยชน์ประเทศชาติหรือเปล่า ทั้งนี้ อยากฝากถึงครม.ว่า ต้องดูอย่างตรงไปตรงมารักษาผลประโยชน์ประเทศมากกว่าทำแบบลูบหน้าปะจมูกเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของคนนั้นคนนี้ ส่วน จะสามารถยุติคดีที่ศาลปกครองได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร เพราะมีสิทธิที่จะมีข้อเสนอและสั่งได้ทั้งนั้น แต่ตนในฐานะประธานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ยื่นเรื่องนี้ไปยืนยันว่าทำเพื่อความถูกต้องรักษาประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชน หากคนที่มาทำต่อในตอนหลังไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือศาลปกครอง จะมารอมชอมเป็นมวยล้ม ตนก็คงทำอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตามและปกป้องผลประโยชน์ของตนเองต่อไป ซึ่งได้ข่าวว่ากลุ่มปฏิรูปพลังงาน กำลังจะมีข้อเสนอ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ซึ่งเป็นไม้ตาย ไม่ว่าองค์กรไหนเจอเรื่องนี้ก็คงหยุดเหมือนกัน

อย่างไรก็ตามหากมีการยุติคดีนี้ที่ศาลปกครองจริงก็จะถือว่าเป็นการปิดฉากเรื่องการทวงคืนท่อก๊าซ แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่ในตำแหน่งมีหน้าที่จึงคิดแต่ประโยชน์ตัวเองมากกว่าประโยชน์ประเทศชาติ ทั้งนี้ตนรู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจของสตง. ว่าทำไมถึงไม่คำนึงถึงเงินแผ่นดินที่ท่านพูดอยู่เสมอว่าเงินเของแผ่นดินตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ กลับไปรวมหัวกันทำในสิ่งที่ไม่น่าจะถูกต้อง จึงอยากไปทบทวนดูว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่