
⦁…รัฐบาลยังรับปีใหม่ด้วยความหวังในทุกเรื่อง “เศรษฐกิจจะดีขึ้น” เพราะปัจจัยต่างๆ มีแนวโน้มในเชิง “บวก” ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่ “นักท่องเที่ยวคุณภาพเริ่มเข้ามาแทนทัวร์ราคาถูกจากจีน” การลงทุนที่ “เอกชนให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น” การส่งออก “ตัวเลขที่ขึ้นในตลาดเก่า และประสบความสำเร็จในการหาตลาดใหม่” ระดับปากท้อง “หนี้สินครัวเรือนลดลง” อะไรต่ออะไรสดใสไปหมด ในมุมที่รัฐบาลมองเห็น “ความหวังดีงามเสมอ” หาก “ความจริง” เป็นไปอย่างที่หวัง นั่นคือ “ความสุข”
⦁…ในมุมการเมือง “เคลื่อนสู่ประชาธิปไตย” ตามโรดแมป ขณะ “ปรองดอง” กำลังเกิดขึ้นแทน “แตกแยก-ขัดแย้ง” เท่าที่เป็นข่าว “นักการเมืองจากทุกพรรค” ให้ความร่วมมือร่วมใจเต็มที่ ไม่มีใครติดขัด แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทาง “รัฐข้าราชการในหีบห่อประชาธิปไตย” ในฐานะ “ผู้รับการเลือกตั้งจากประชาชน” ดูเหมือนจะขอแค่ “ให้มีโอกาสได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง” หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ค่อยว่ากันใหม่ใน “น้ำบ่อหน้า”
⦁…เช่นเดียวกับเรื่องอื่น เดินสู่ “ปฏิรูป” ที่ขานรับกันเกรียวกราวว่า จะทำให้ “ทุกอย่างดีขึ้น” ส่วนจะดีขึ้นสำหรับใคร “คนกลุ่มไหนได้ประโยชน์ คนพวกไหนถูกอกถูกใจ” มี “ใครที่หงอย” ทุกคนทุกฝ่ายคล้ายกับจะรอแค่ “ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” กระทั่ง “องค์กรสื่อ” ที่ไม่เห็นด้วยกับการ “ออกกฎหมายตั้งข้าราชการมาควบคุม” ยังแถลงค้านด้วยประเด็น “กลัวนักการเมืองจะมาควบคุมข้าราชการอีกที” ไม่ได้รู้สึกว่า “ไม่ควรยอมจำนนในเรื่องเสรีภาพสื่อ”
⦁…การเมืองโลกสั่นสะเทือนรุนแรงด้วย “สหรัฐ” ในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินหน้าแรงในมุม “หดอเมริกาให้แคบลง” พร้อมจะเผชิญปัญหากับทุกชาติที่ “ขัดแย้งกับผลประโยชน์พื้นฐานของอเมริกัน” โดยลดความใส่ใจในความเป็น “พี่เบิ้มของโลก” ที่ต้องดูแล “ประเทศเสรีนิยม” เหมือนที่ผ่านมา และที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้ากับ “ประเทศต่างๆ” คือ “การคาดเดายาก” ไม่สามารถประเมินล่วงหน้าได้ว่า “ทรัมป์จะเอาอย่างไร” ที่หนักกว่านั้น ในฐานะ “ผู้นำประเทศ” ล้วนลำบากใจที่จะแสดงท่าที “เห็นด้วยหรือไม่กับนโยบายของทรัมป์”
⦁…ด้วยเหตุนี้เอง แม้จะเหมือนเรื่องห่างตัว แต่เอาเข้าจริง “ทุกเรื่องพลิกเข้าตัวได้เสมอ” ด้วยการประกาศนโยบายแบบ “ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนของทรัมป์” จำเป็นที่ “ผู้นำทุกประเทศ” จะต้องตอบตัวเองว่า “เห็นด้วยหรือไม่” ประเด็นอยู่ที่ “หากไม่เห็นด้วย” มีโอกาสถูก “ตัดขาดจากสหรัฐ” เพราะขนาด “รัฐมนตรี” ที่ตั้งขึ้นมาเอง ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย “ยังถูกปลดกลางอากาศ” แต่หาก “ยืนกรานเห็นด้วย” ไม่แน่ว่าจะเอาประเทศไปเสี่ยงกับการถูก “ปฏิบัติการต่อต้าน” หรือไม่ การบริหารจัดการให้ปลอดภัย ในยุคสมัยเช่นนี้ “ไม่ง่ายเสียแล้ว”
⦁…เป็นสัจธรรม “คนมีอำนาจ” เท่ากับ “คนที่ยืนอยู่กลางแจ้ง” ย่อมถูกจับตามอง และวิพากษ์วิจารณ์ ยุค “นักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน” ทำหน้าที่การวิพากษ์วิจารณ์ทำได้อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะ “คำหนัก-คำเบา” อย่างไร ล้วนแล้วแต่ “ต้องรับให้ได้” มายุคสมัยนี้ “ข้าราชการหล่อหลอมมาเป็นคนดีที่สุดของสังคม” ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ต้อง “ระวังปาก” เพราะ “ประชาชน” ไม่ใช่คนที่ “ให้คุณให้โทษ” อะไรได้ กลายเป็น “ยุคสมัยที่ต้องพูดถึงนักการเมืองด้วยถ้อยคำให้เกียรติสูงสุด” กระทั่งทำผิดจนชื่อเสียงประเทศเสียหาย ยังถูกเรียกร้องให้ “เห็นใจ”
⦁…เดินหน้าสาย “ประชาธิปไตย” มายาวนาน จนน่าเชื่อได้ว่า “มั่นคง” แล้ว แต่ถึงวันนี้ “ไทยแลนด์แดนสยาม” กลายเป็นประเทศที่ “นานาชาติ” ประเมินว่าเป็น “ชาติที่เสี่ยงกับรัฐประหารซ้ำซาก” ผลที่เกิดขึ้นหนีไม่พ้น “อ่อนไหวกับการลงทุนในโลกเสรี” อันหมายถึง จะถูกคำถามเรื่อง “การพัฒนาในอนาคต” ดังนั้น “ไทยแลนด์ 4.0” หรือ “พ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง” ที่เป็นเป้าหมาย จึงเป็น “ความฝัน” ที่ยังมีคำถามมากมาย
ชโลทร





