หน้าแรก การเมือง ศาลรธน.ไม่รับ...

ศาลรธน.ไม่รับคำร้องกกต.เสนอยุบก้าวไกล ขอข้อมูลเพิ่ม

21.03.24 | 06:20 น.

ศาลรธน.ไม่รับคำร้องกกต.เสนอยุบก้าวไกล ขอข้อมูลเพิ่ม

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประจำสัปดาห์ตามปกติ เพื่อพิจารณาวาระและคำร้องต่างๆ สำหรับกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคตาม พ.ร.ป.ว่าพรรคการเมืองมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) จากหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรค ก.ก.กระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ E-filing เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ทั้งนี้ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวผลการประชุม ระบุว่า คำร้องที่ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรค ก.ก. ยังมีเอกสารบางรายไม่ชัดเจน จึงให้ผู้ร้องส่งเอกสารฉบับที่ชัดเจนต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในกำหนดระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันได้รับหนังสือ

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญยังไม่พิจารณาคำร้องยุบพรรค ก.ก.เนื่องจากมีเอกสารบางรายการที่ กกต.ส่งไปไม่ชัดเจน ว่า ได้ตรวจสอบแล้วว่าเอกสารที่ไม่ชัดเจนดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นร้องต่อ กกต.ขอให้พิจารณายุบพรรค ก.ก. โดย กกต.เห็นว่าคำร้องของนายเรืองไกร และเอกสารประกอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนยุบพรรค ก.ก. ที่ กกต.พิจารณาและมีมติจึงได้ส่งเอกสารทั้ง 2 ส่วนนี้ไปพร้อมกับคำร้องยุบพรรคที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย เมื่อทางศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต.ดำเนินการส่งเอกสารที่ชัดเจนภายใน 7 วัน ทางสำนักงานฯก็จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ขณะเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญ ออกเอกสารอีกว่า เรื่องที่นายเรืองไกร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคเพื่อไทย (ผู้ถูกร้อง) ตามคำแถลงการณ์ของนายชัยเกษม นิติสิริ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีตราพรรคผู้ถูกร้องอยู่ด้วย มีลักษณะเป็นการสนับสนุนการกระทำที่อาจนำไปสู่การยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในลักษณะที่ไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ

Advertisement

ผู้ร้องตรวจสอบพยานหลักฐานยังพบว่า ผู้ถูกร้องยังคงไว้ซึ่งคำแถลงการณ์ของนายชัยเกษม นิติสิริ ในสื่อโซเชียลของผู้ถูกร้องจนถึงปัจจุบัน เป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ไม่ปรากฏว่านายชัยเกษม นิติสิริ ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคและไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ถูกร้อง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องมีความมุ่งหมายหรือการกระทำใดๆ ที่น่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย