หน้าแรก การเมือง ก้าวไกลบี้หั่...

ก้าวไกลบี้หั่น พณ.อีก 19 ล้าน ห่วงทุ่มงบจัดอบรม กมธ.แจงมีไว้สร้างโอกาสผู้ประกอบการ

21.03.24 | 16:12 น.

ส.ส.ก้าวไกล ซัด พณ.ของบอบรมผู้บริหารสูงถึง 17 ล้าน อาหารว่างกว่า 5 ล้าน กับคน 1.8 พันคน ข้องใจ 3 กิจกรรมไม่คุ้มค่า ด้าน ‘กมธ.’ แจงปรับลดงบอย่างรัดกุมภายใต้เงื่อนไขเวลา ส่วน 3 กิจกรรม มุ่งหวังสร้างโอกาสผู้ประกอบการขนาดกลาง-ย่อม

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยมี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท) เรียงมาตรา ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เวลา 14.20 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 19 กระทรวงพาณิชย์ โดย นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า กระทรวงพาณิชย์มีการของบถึง 4,064 ล้านบาท มีการตัดงบประมาณไปแล้ว 38.436 ล้านบาท แต่ตนขอให้ตัดเพิ่มอีก 19.286 ล้านบาท ในเรื่องของสถาบันระหว่างประเทศ หรือ ITD ใน 2 โครงการหลักๆ เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงการอบรม

นายกันต์พงษ์อภิปรายว่า โครงการแรกเป็นโครงการที่เอาไว้อบรมผู้บริหาร ซึ่งมีมูลค่าถึง 17.32 ล้านบาท มีการให้ผู้บริหารเข้ามาร่วมอบรมประมาณ 100 คน และโครงการเทศกาลส่งเสริมผู้ประกอบการสู่เวทีโลก งบที่ขอไว้ประมาณ 25.286 ล้านบาท รวมสองโครงการประมาณ 42 ล้านบาท แต่เมื่อมีการพิจารณาในชั้น กมธ.เห็นว่าเป็นโครงการที่มีการใช้จ่ายที่สูงเกินไปหรือไม่ ซึ่งทาง ITD มีการทำรูปแบบใหม่ขึ้นมา โดยรูปแบบแรกเรียกว่าเอ็กเซ็กคูทีฟคลาส ส่วนรูปแบบที่สองเปลี่ยนชื่อเป็นการศึกษาและจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อเศรษฐกิจ เป็นระเบียงเศรษฐกิจไทย แต่โครงการที่สองก็ยังใช้ชื่อเดิม แต่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย

Advertisement

นายกันต์พงษ์กล่าวต่อว่า ดังนั้น การที่ตนขอตัดงบในส่วนนี้เพราะเห็นว่าแพงเกินไป เช่น ค่าอาหาร โดยเฉพาะอาหารว่างมีมูลค่ากว่า 5.4 ล้านบาท ให้กับคน 1,800 คน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะหาคนมาอบรมตามจำนวนจริงหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีค่าสถานที่ บอกว่าจะจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งตนตรวจสอบมาแล้ว หากจะจัดบูธ 300-500 บูธ เฉลี่ยบูธละ 3,500 บาท อย่างไรงบประมาณก็ไม่ถึง 17 ล้านบาทตามที่ขอมา เพราะงบประมาณเต็มที่ไม่น่าจะเกิน 8 ล้านบาท รวมถึงค่าทำโปรโมชั่น หรือสื่อออนไลน์ โครงการละประมาณ 2 ล้านบาท สองโครงการก็ประมาณ 4 ล้านบาท อย่างนี้คุมค่าหรือไม่ ซึ่งเห็นว่ามีความผิดปกติ เพราะภายใต้กระทรวงพาณิชย์มีโครงการในลักษณะเอ็กซ์โปกับหน่วยงานอื่นแล้ว และกลุ่มเป้าหมายที่ขอมาอาจจะไม่ตรงเป้าหมายที่เอาไปช่วยเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อย

ด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ. ชี้แจงว่า อนุ กมธ.เห็นแล้วว่าแม้กระทรวงพาณิชย์จะจัดทำงบประมาณตามนโยบายรัฐบาลก็เป็นงบที่ทำตามภารกิจของหน่วยงาน ได้มีการปรับลดลง 38.436 ล้านบาท สาเหตุที่ทำให้สามารถปรับลดได้เกิดจากการพิจารณาค่าใช้จ่ายในแต่ละด้าน ทั้งงบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่นอย่างรอบคอบรัดกุมที่สุดภายในเงื่อนไขเวลาที่จำกัด เช่น งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ มีหลักเกณฑ์ว่าต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นสากล เข้าถึงง่าย และเรื่องการจัดนิทรรศการต่างๆ การส่งเสิรมความรู้ ต้องพิจารณาความเหมาะสมและต้องประหยัด รวมถึงงบเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีภารกิจด้านต่างประเทศค่อนข้างเยอะ เราก็พิจารณาให้ตั้งค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการต่างประเทศเฉพาะที่มีพันธกรณีข้อผูกพันข้อตกลงกับองค์กรหน่วยงานต่างประเทศเท่านั้น

น.ส.จิราพรกล่าวต่อว่า ส่วน 3 กิจกรรมที่สมาชิกอภิปรายนั้น กิจกรรมที่ 1 เป็นกิจกรรมการศึกษาและจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทย กิจกรรมที่ 2 นิทรรศการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลก ซึ่งสองกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมใหม่ที่ขอรับงบ 2567 สำหรับกิจกรรมที่ 3 คือการสัมมนาวิชาการประชุมด้านการค้าและการพัฒนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี 2567 ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นโครงการเดิมที่เคยดำเนินการอยู่แล้วต่อเนื่องทุกปี โดยทั้ง 3 กิจกรรมมุ่งหวังพัฒนาสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 280 ต่อ 161 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1