หน้าแรก การเมือง องค์กรต้านคอร...

องค์กรต้านคอร์รัปชันฯ แนะรบ.เร่งรัดสอบสวนคดีอื้อฉาว-บังคับใช้กม.ช่วยลดคอร์รัปชั่น

1.02.17 | 17:12 น.

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความแสดงความเห็น กรณีมีการประกาศดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ระบุว่า

ผลการประเมินดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) ปี 2559 ประเทศไทยได้ที่ 101 จาก 176 ประเทศ มีคะแนน 35 จาก 100 คะแนน ตกลงจากปีที่แล้ว ที่อันดับที่ 76 โดยมี 38 คะแนน

การประเมินที่จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาตินี้ เป็นที่ยอมรับของนานาชาติมากว่า 20 ปี มีสาระครอบคลุมในสาระสำคัญๆ เช่น คอร์รัปชั่น ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐ ระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพ รวมถึงความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ ด้วย

เมื่อดูรายละเอียดประเด็นต่างๆ พบว่า แม้ต่างชาติจะให้การยอมรับว่าเรามีรัฐธรรมนูญที่ให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น แต่เขาก็มองว่ายังมีปัญหาสำคัญอยู่ เช่น ปัญหาความเป็นไม่ประชาธิปไตย ความเสี่ยงที่จะเกิดคอร์รัปชั่น รวมถึงการใช้อำนาจบริหารที่ขาดธรรมาภิบาลหรือมีการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบโดยเฉพาะความอึมครึมในบางโครงการที่เกี่ยวข้องกับทหาร

ก่อนหน้านี้มีรายงานการศึกษาจากหลายสถาบันภายในประเทศว่า การเรียกรับสินบนจากประชาชนที่ไปติดต่อราชการลดลงเป็นอย่างมาก (เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ) การเรียกรับสินบนนักธุรกิจนักลงทุนมีความรุนแรงลดลง (ม.หอการค้าไทย และ IOD) อีกทั้งในช่วงสองปีมานี้มีการออกมาตรการกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมมากที่สุดนับแต่มีรัฐธรรมนูญ ปี 2540 เป็นต้นมา

Advertisement

เช่น การออก พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตฯ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 21 กรกฎาคม 2558 การตั้งศาลคอร์รัปชั่น เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 1 ตุลาคม 2559 การเพิ่มฐานความผิดคดีคอร์รัปชั่น เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 9 กรกฎาคม 2558 การเปิดเผยและให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยนำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้ เริ่มเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2558 และการออก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ที่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติแล้ว เป็นต้น

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯเห็นว่าความพยายามของขบวนการต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ก้าวหน้าไปมาก แต่ที่ยังไม่เป็นผลเพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่เอาจริงเอาจังและไม่ปฏิบัติไปในทางที่สะท้อนเจตนารมย์ของกฎหมาย

จนเมื่อมีการสำรวจก็พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้หรือเห็นความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายหรือมาตรการเหล่านั้น

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เสนอว่า สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำคือ

1.เร่งรัดการสอบสวนคดีทุจริตที่กำลังอื้อฉาวเพื่อเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เช่น กรณีของ การบินไทย ปตท. กฟน. กฟภ. ทีโอที เป็นต้น โดยมีการรายงานต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง

2.สำหรับ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกที่ยังไม่คืบหน้า รัฐบาลต้องมีมาตรการที่เด็ดขาด เพื่อบังคับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการให้บังเกิดผลตามเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ รัฐบาลควรกำหนดระยะเวลาที่หน่วยงานของรัฐต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญว่า มีการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนที่รวดเร็วทันสมัยแล้ว

3.เร่งรัดการประกาศใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ และจัดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการคณะต่างๆ ตามกฎหมาย พร้อมทั้งออกกฎหมายลูกโดยเร็ว

สิ่งที่สะท้อนจากดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นล้วนเป็นประโยชน์ เป็นตัวผลักดันให้คนไทยต้องลงมือทำงานมากขึ้นกว่าเดิม การแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศยังต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลนอกจากความพยายามของรัฐบาลและข้าราชการแล้ว ประชาชน ภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจ ก็ต้องเร่งตอบสนองโดยการลุกขึ้นมาใช้สิทธิและติดตามการดำเนินการเพื่อให้เกิดความสำเร็จของมาตรการเหล่านี้ให้มากขึ้น

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
1 กุมภาพันธ์ 2560