หน้าแรก การเมือง สุรเชษฐ์ แจงย...

สุรเชษฐ์ แจงยิบ หั่นงบฝายแกนดินซีเมนต์ ‘วิสุทธิ์’ ท้าลงพื้นที่ ถ้าไม่เป็นตามที่พูด ขอลาออก

21.03.24 | 20:17 น.

‘สุรเชษฐ์’ ลุกขึ้นโต้หลังถูกโวย ตัดงบ ‘ฝายแกนดินซีเมนต์’ จวกเร่งรีบดำเนินการผิดสังเกต หลายโครงการตั้งบต่ำกว่า 5 แสนบาท เหตุเป็นลักกี้นัมเบอร์ เลือกผู้รับเหมาได้ไม่ต้องแข่ง แฉ ‘ส.ส.เพื่อไทย-ส.ว.บางคน’ อยู่เบื้องหลังตั้งงบสร้างฝายครั้งนี้ ด้าน ‘วิสุทธิ์’ ท้าลงพื้นที่ด้วยกัน หากไม่เป็นแบบที่พูดพร้อมลาออกจากผู้แทน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยมี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท) เรียงมาตรา ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เวลา 18.00 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่รัฐสภา นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างมาก ชี้แจงกรณีการตัดงบประมาณ 1,255 ล้านบาท เพื่อสร้างฝายแกนดินซีเมนต์กว่า 3,000 แห่ง เพราะเห็นว่าเป็นการแจกเสื้อโหลอย่างชัดเจนตามขนาดของฝาย และเห็นความเร่งรีบอย่างผิดสังเกต หากดูเอกสารจะเห็นว่าท้องถิ่นมีเวลาเพียง 12 วัน ในการเลือกตำแหน่งทำฝาย และการประเมินราคาก่อสร้าง ถามว่าเวลาเท่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครรู้ข้อมูลก่อน ซึ่งเหมือนมีการแจกงบกันอย่างผิดสังเกต หลายรายกาตั้งงบประมาณต่ำกว่า 5 แสนบาทเล็กน้อย เพราะราคาดังกล่าวคือลักกี้นัมเบอร์ ทำให้หน่วยงานราชการเลือกผู้รับเหมาได้โดยไม่ผ่านการแข่งขัน จึงเหมือนจงใจจิ้มเลือกผู้รับเหมา และเหมือนมีการแบ่งราคาแล้ว รวมถึงยังมีความจงใจหลบเลี่ยงการรับประกันโครงการเป็นระยะเวลา 2 ปีด้วย

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า มีการสอบถามในที่ประชุม กมธ.ชัดเจนว่าโครงการสร้างฝายจะมีการรับประกันงานได้อย่างน้อย 2 ปีหรือไม่ แต่ก็พบว่าไม่มีการรับประกันงานแต่อย่างใด นอกจากนี้ ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่โครงการของรัฐจะต้องมีใบอนุญาตมาแสดง ซึ่งกรณีฝายแกนดินซีเมนต์จะต้องมีใบอนุญาตที่เป็นไปตามกฎหมายของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ก็ได้รับการยืนยันว่าหลายแห่งยังไม่ได้รับการอนุญาต รวมถึงใบอนุญาตจากกรมเจ้าท่า เพราะหากลำน้ำใหญ่พอสมควรจะต้องมีการเดินเรือ แต่ปรากฏว่าก็ไม่มีใบอนุญาตมาแสดง และยังมีการเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่าฝายกึ่งถาวรด้วย

“แพงจริง พังจริง และจะเป็นปัญหาทิ้งมลพิษถาวรในอนาคต และหากไม่รับประกันถ้าพังใครจะรับผิดชอบ ท่านก็ไม่ตอบคำถาม และแม้ว่าหน่วยงานที่จะดำเนินการโครงการดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์ แต่ก็จำนนต่อเหตุผลทำให้ไม่อุทธรณ์ในชั้น กมธ.ชุดใหญ่ ดังนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่จะตัดงบก้อนนี้ นอกจากนี้ มีข้อสังเกตด้วยว่ามีความพยายามอย่างชัดเจนจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ใน กมธ.และ ส.ว.บางท่านอยู่เบื้องหลังการตั้งงบฝายแกนดินซีเมนต์ครั้งนี้ ที่สำคัญหากฝ่ายค้านไม่มีเหตุผลมากพอ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดงบประมาณสำเร็จ” นายสุรเชษฐ์กล่าว

Advertisement

นายสุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า การใช้ดินผสมซีเมนต์เป็นเรื่องของวิศวกรรมโยธาที่ทำได้ยาก จึงนิยมใช้คอนกรีตมากกว่า ส่วนการเซ็นแบบก็อธิบายต่อ กมธ.ไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้น หากแน่จริงที่ท่านบอกว่าทำได้ก็ขอให้กล้ารับประกันโครงการ 2 ปีด้วย หลายคนอาจเคลมข้อดีที่จะเก็บน้ำ แต่ก็ไม่ได้ดีมากพอที่จะทำการเกษตร เพราะต้องคิดถึงคนท้ายน้ำด้วย อีกทั้งในหน้าฝนฝายก็อาจจะพังทลายได้ เพราะดินผสมซีเมนต์ไม่ได้แข็งแรงทุกจุด

จากนั้นนายสุรเชษฐ์ได้ชี้แจงกรณีที่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายกล่าวหาว่า กมธ.เสียงข้างมากบอกว่าฝายแกนดินซีเมนต์ไม่มีประโยชน์ว่า เรายืนยันว่าไม่ได้พูดแบบนั้น งบทุกอย่างมีข้อดี ข้อเสีย เราต้องชั่งน้ำหนักประโยชน์กับโทษ กรณีนี้ข้อเสียมากกว่าข้อดี งบไม่คุ้มค่า ไม่โปร่งใส เราเข้าใจว่ามีคนได้ประโยชน์จากโครงการ แต่ก็มีคนเสียประโยชน์เช่นกัน ส่วนที่บอกว่าคนตัดงบประมาณไม่รู้เรื่อง ใครไม่รู้เรื่องก็ให้ประชาชนตัดสิน

จากนั้น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง โดยระบุว่า ขอท้านายสุรเชษฐ์ให้ไปดูพื้นที่พร้อมกันหลังการพิจารณางบประมาณเสร็จสิ้น ถ้าสิ่งที่ผมพูดไม่เป็นความจริง ผมขอลาออกจากผู้แทน ถามว่าท่านกล้าหรือไม่

ขณะที่ นายวรวัจน์ ได้ลุกขึ้นตอบโต้นายสุรเชษฐ์ พร้อมระบุว่า นี่คือการพูดเท็จในสภาผู้แทนราษฎร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง