หน้าแรก การเมือง ก้าวไกลฉะสำนั...

ก้าวไกลฉะสำนักปลัด ก.แรงงาน ของบอบรมเพิ่ม แต่ผลงานปลัดกลับทำวีซ่าแรงงานถูกระงับ?

21.03.24 | 23:53 น.

“วรรณวิภา” ฉะสำนักปลัด ก.แรงงานของบ อบรมจาก 3.3 ล้านเป็น 10 ล้าน แต่ผลงานปลัดกระทรวงฯ มีแค่วีซ่าแรงงานถูกระงับ ซัดงบผู้สูงอายุ 4 พันล้าน ไม่ถึงมือคนแก่ ได้แค่ซื้อน้ำปลากับผงชูรส

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยมี นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท) เรียงมาตรา ภายหลังจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ต่อมาเวลา 20.15 น.เข้าสู่การพิจารณามาตรา 22 กระทรวงแรงงาน โดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า งบกระทรวงแรงงาน ที่มีมากกว่า 5.8 หมื่นล้านบาท แม้ใครจะพูดว่า งบของกระทรวงฯ อาจจะครอบคลุมไม่ทั่วถึง งบน้อยมาก ซึ่งงบที่ได้มาส่วนใหญ่จะถูกนำไปจ่ายเรื่องของประกันสังคม นอกนั้นที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญคืองบของสำนักปลัดฯ ที่ได้เพิ่มถึง 269 ล้านบาท โดยมีพันธกิจจัดอบรมสัมมนาตลอด ซึ่งผลจากการอบรมสัมมนามีอะไรที่ดีขึ้นบ้าง ในงบอุดหนุนมีโครงการที่เกี่ยวกับการป้องกันการค้ามนุษย์ตั้งงบไว้จากเดิม 3.3 ล้านบาท ปี 67 เพิ่มเป็น10 ล้านบาท วัตถุประสงค์เหมือนทุกครั้งเพื่อให้แรงงานได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์ บริการจัดการแรงงานนอกระบบ เมื่อดูในรายละเอียดเป็นงบคล้ายกับให้คนได้รู้เรื่องกฎหมาย จึงเห็นว่าหากเอางบตรงนี้หรือส่วนอื่นไปจัดการเรื่องของสัญญาจ้าง เวลาแรงงานไปทำงานในต่างประเทศไม่ให้มีสัญญาปลอมอย่างที่ผ่านมา หรือกรมจัดหาทางนำงบไปแก้ไขและบังคับในเรื่องของกฎหมายเวลาจะทำให้แรงงานเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ไม่ใช้ป้องกันจนวีซ่าแรงงานถูกระงับ แบบนี้คือผลงานของปลัดกระทรวงฯหรือไม่

น.ส.วรรวิภา กล่าวต่อว่า ในส่วนแรงงานผู้สูงอายุและแรงงานผู้พิการ ผลที่คาดว่าจะได้รับคือส่งเสริมการมีงานทำ ทราบหรือไม่ว่าเรามีกองทุนผู้สูงอายุเกือบ 4 พันล้านบาทจากกรมสรรพสามิต แต่ไม่เคยไม่ถึงผู้สูงอายุเลย เพราะมีการนำเข้าไปสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกือบหมด ผู้สูงอายุได้แต่ซื้อน้ำปลากับผงชูรส ส่วนเรื่องการสร้างงานให้ผู้พิการ จะดีกว่าหรือไม่การจัดอบรมดังกล่าวนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายผู้พิการมาตรา 33 ,34 ,35 โดยเฉพาะมาตรา 34 ไม่ได้บังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐว่าต้องจ้างงานคนพิการเท่าไหร่ ไม่ต้องไปดูไหนไกลเลย สภาฯมีลูกจ้างกว่า 2,300 คน จ้างผู้พิการ 3 คน เพราะฉะนั้นการที่หน่วยงานรัฐไม่โดนเอาผิดเลยในการจ้างคนพิการ ถ้าเอางบตรงนี้ไปทำเรื่องเหล่านั้น และมีการบังคับใช้ได้จริงจะทำอย่างไรให้มีการจ้างงานคนพิการมากขึ้น

ด้านน.ส.ขันติยา สวัสดิพล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกมธ. ชี้แจงว่า การจ้างงานผู้พิการในหน่วยงานรัฐ ตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้มีจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐนั้นจะต้องรับคนพิการที่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ในอัตราแรงงานที่ไม่ใช่คนพิการทุก 100 คนแต่คนพิการ1 คน ถ้าเกิน 50 คนต้องรับคนพิการเพิ่มอีก1คน

Advertisement

จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 272 ต่อ 151 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง