‘วิปฝ่ายค้าน’ มีมติ ไม่รับร่างพ.ร.บ. งบ 67 “ปกรณ์วุฒิ” ถาม เอาจริงหรือ หากมีการ ดึง “บิ๊กป้อม” เป็นนายกฯ ชี้ เป็นการแก่งแย่งอำนาจ โดยไม่มีปชช.ในสมการ
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงมติวิปฝ่ายค้านต่อการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วาระ 2-3 ในวันที่ 20-22 มีนาคม ว่า ที่นัดกันวันนี้ เพราะการประชุมเมื่อวันอังคารนั้น แต่ละพรรคยังไม่ได้มีการประชุม ส.ส.ภายในพรรค วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2567
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะมีบทลงโทษให้กับผู้ที่โหวตสวนมติอย่างไรบ้าง นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นบทลงโทษ มันเป็นการปฏิบัติร่วมกันตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็เป็นไปตามสัดส่วน เวลามีโควต้าอะไร เราก็ต้องไม่นับเขาขึ้นมาร่วมฝ่ายค้าน ก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้เป็นการลงโทษอะไร ส่วนการลงโทษของพรรคนั้นๆ ต่อ ส.ส.ที่แหกมติ ก็เป็นเรื่องของพรรคนั้นๆ ตนไม่ได้มีสิทธิจะไปลงโทษใคร
เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับที่มีการกล่าวกันว่า อาจะมีการโหวตไม่เห็นชอบโดยฝั่งรัฐบาลเพื่อคว่ำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ยังไม่ได้ยินข่าวเรื่องนี้เลย ก็ต้องจับตาดูว่า จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น คิดว่าเป็นไปได้ยากในวาระนี้ แต่หากเกิดขึ้นก็แปลว่ามีรอยแตกร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล หรือว่ามีการแก่งแย่งชิงอำนาจ ที่หลายฝ่ายอาจจะมีการลือกันแล้วว่า อาจจะมีการแย่งเก้าอี้นายกฯ กันหรือไม่ หรือว่าถ้าข่าวลือเป็นจริงก็คงจะได้เห็นว่าที่ผ่านมาอะไรเกิดขึ้นบ้างในการร่วมรัฐบาลกัน
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการดึง นายเศรษฐา ทวีสิน ลงจากตำแหน่ง โดยโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.เพื่อดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน นายปกรณ์วุฒิถามกลับว่า จะเอาจริงหรือ เมื่อถามต่อว่า ที่ถามกลับหมายความว่าอย่างไร นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า ตนถามกลับสังคมดีกว่า ว่า 4 ปีที่ผ่านมา สังคมรู้สึกอย่างไร หากเรามีนายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.ประวิตร
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการคว่ำจริงๆ แล้วดึง พล.อ.ประวิตรมาเป็นนายกฯ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เอ๊ะ…นี่เราเลือกนายกฯ กันตามความต้องการของประชาชนหรือความต้องการของอะไร ตนว่า มันเป็นเรื่องการแก่งแย่งอำนาจกัน โดยไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ ประชาชนก็น่าจะรับรู้ว่า มันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเลย

