หน้าแรก การเมือง เริ่มแล้ว! ส....

เริ่มแล้ว! ส.ว.ซักฟอกรบ. เสรี ซัด เศรษฐา ต้องเป็นซีอีโอ ไม่ใช่เซลส์แมน เหน็บผลงานเด่นคือช่วยคนทำผิดไม่ต้องติดคุก

25.03.24 | 11:30 น.

เริ่มเวทีซักฟอก!  เสรี ซัด เศรษฐา ต้องเป็นซีอีโอ ไม่ใช่เซลส์แมน เหน็บผลงานเด่นคือช่วยคนทำผิดไม่ต้องติดคุก โอดประเทศไทยอาภัพหาคนบริหารประเทศยาก มีฝ่ายค้านก็จ้องแต่จะล้มการปกครอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม พิจารณาการอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153

โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ผู้ริเริ่มเสนอญัตติ อภิปรายว่า การยื่นญัตติดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานบริหารประเทศของรัฐบาล แต่การยื่นขออภิปรายดังกล่าวถูกพูดถึงว่าเป็นการซักฟอกรัฐบาล เป็นการที่จะล้มรัฐบาล ทำให้รัฐบาลเสียหาย ซึ่งความคิดเหล่านี้เป็นความคิดที่ผิด เลยทำให้ในทางการเมืองไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะยื่นขอเปิดอภิปราย เพราะเกรงว่าจะกระทบกับพวกตัวเองและคนมีอำนาจ ทำให้การทำงานในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก แม้กระทั่งในวุฒิสภาเองก็ต้องยอมรับว่ากว่าจะได้สมาชิกลงชื่อ ถึง 90 กว่านี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามออกมาพูดว่าลงชื่อไม่ครบ ลงชื่อแล้วไม่มีใครอภิปราย กลายเป็นเหมือนกับเป็นยาหม้อดำที่ไม่อยากให้พูดถึง

นายเสรีกล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ส.ว.ชุดนี้ได้ยื่นญัตติ เพื่อขอให้ ครม.มาพูดคุยในสภาแห่งนี้เป็นการแก้ปัญหาของประเทศ ไม่มีเจตนา ไม่มีอคติ ไม่มีการที่จะมาพูดเพื่อก่อให้เกิดความเสียหาย แต่วุฒิสภาที่มองเห็นปัญหาก็จะบอกกับฝ่ายบริหารให้ไปแก้ปัญหาอย่างไร ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร แต่รัฐบาลก็ไม่ได้เร่งรีบ ถึงเวลาเกือบสองเดือนกว่าจะกำหนดเวลาให้วุฒิสภา และกำหนดให้อภิปรายเพียงวันเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วจะเป็น 3-7 วัน เพื่อให้อภิปรายกันได้เต็มที่ แต่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ จึงทำให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศ และประชาชน มีมากน้อยแค่ไหน

ดังนั้นในอนาคตเมื่อใดก็ตามถ้ามีการขอเปิดอภิปราย รัฐบาลอย่ามองในแง่ร้าย ให้มองว่าเป็นประโยชน์ในการทำงาน แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลเอาเวลาไปใช้อย่างอื่นซึ่งสำคัญน้อยว่า เช่น เดินทางไปต่างประเทศ หลายประเทศ หลายครั้ง ในระยะเวลาที่นายกฯ เข้ามาบริหารประเทศ และนายกฯ ยังเอาเวลาไปเชียงใหม่ ไปกินอาหารกินไวน์ ทั้งๆ ที่ฝุ่นเต็มเมืองเชียงใหม่ ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นสิทธิของนายกฯ แต่ตนกำลังชี้ให้เห็นว่านายกฯ ใช้เวลาเหล่านี้ไม่ให้ความสำคัญกับการที่จะมารับฟังว่าประเทศมีปัญหาอะไร แต่นายกฯ ก็ไปสูดควันที่เชียงใหม่ ทำให้พรรคฝ่ายค้านออกไปแสดงบทบาทชิงตัดหน้า ลงตรวจไฟไหม้ป่า

Advertisement

“วันนี้นายกฯ มาฟังเอง ก็เป็นไปตามที่ผมภาวนา เพราะมีข่าวลือว่าท่านจะไม่มา จึงห่วงว่านายกฯ จะอยู่ไม่ถึงวันนี้ (25 มี.ค.) เมื่อนายกฯ และ ครม.มาฟังก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง” นายเสรีกล่าว

นายเสรีกล่าวอีกว่า วุฒิสภาชุดนี้ก็มาตามระบบและเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศเช่นเดียวกัน และเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์พบปัญหามากมาย มีการทำรายงานส่งให้รัฐบาลไปดำนินการ รัฐบาลได้นำไปใช้บ้างหรือไม่ และวันนี้มี 7 เรื่องใหญ่ ที่เรากำหนดไว้ สิ่งแรกคือการหาเสียงของพรรคการเมือง และแต่ละพรรคส่วนใหญ่ก็มาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว และไม่ได้เลือกที่จะอภิปรายรัฐบาลชุดนี้ แต่ ส.ว.ต้องการเห็นรัฐบาลที่มั่นคง มีเสถียรภาพ บริหารประทศที่สร้างความยั่งยืนมั่งคั่ง สร้างความผาสุขให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน หลายพรรคการเมืองหาเสียงกินดีอยู่ดี แต่ตอนนี้เวลาผ่านมาเข้าเดือนที่ 7 แล้ว ท่านก็ยังไม่สามารถจะทำอะไรให้เป็นรูปธรรมกับการแก้ปัญหาปากท้องได้ ท่านก็พูดอย่างเดียวว่าทำไม่ได้เพราะต้องรองบ 67 ที่ยังไม่ออก กลายเป็นข้อแก้ตัว แม้งบประมาณยังไม่ออก แต่การบริหารประเทศไม่ได้หยุด เพราะสามารถใช้งบเดิมไปพลางก่อนได้ ซึ่งการอ้างเรื่องงบประมาณถือเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ในความเป็นจริงท่านก็ตั้งใจจะแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต แต่ก็มีปัญหาข้อกฎหมาย และปัญหาต่างๆ ว่าควรแจกเงินสด ถ้าแจกเงินดิจิทัลฯ จะเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่าย แต่การแจกเงินก็ต้องกู้อีก คนที่ได้รับเงิน 1 หมื่นบาท ถ้าเขาสามารถใช้เงินดังกล่าวได้ ก็ไม่ถึงเดือนก็หมด เงินมหาศาลที่ต้องไปกู้ 5 แสนกว่าล้านบาท ก็ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลต้องการได้ แต่กลายเป็นกระตุ้นความลำบากความยากจนให้ประชาชนมากเพิ่มขึ้น

“การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องทำให้ประชาชนมีรายได้มั่นคงยั่งยืน ต่อเนื่อง ไม่ใช่ท่านไปต่างประเทศแล้วทำตัวเป็นเซลส์แมน จริงเซลส์แมนไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ แต่นายกฯ ต้องไปแบบซีอีโอ ต้องไปเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเซลส์แมนก็ให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ อันนี้ผมคิดว่ามันกลับหัวกลับหางหมด ไปๆ มาๆ รัฐมนตรีหลายท่านก็มาเชียร์นายกฯ ว่าเป็นเซลส์แมนดี แต่ภาพลักษณ์ภาพรวมและผลที่ออกมาไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าผมจะดูถูกเซลส์แมน แต่สิ่งที่นายกฯ ทำต้องทำตัวเป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นซีอีโอ” นายเสรีกล่าว

นายเสรีกล่าวต่อว่า เรื่องกระบวนการยุติธรรม เพราะรัฐบาลที่ผ่านมามีแต่ข้อแถลงไม่เป็นรูปธรรม นายกฯ แถลงวิสยทัศน์ 8 ข้อ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบไม่สามารถแก้ได้ ลองดูตามโรงพักสนองนโยบายรัฐบาลติดป้ายโฆษกว่าให้มาแจ้งหนี้นอกระพบบ นายกฯ ลองไปถามตำรวจดูว่ามีใครมาแจ้งบ้าง กี่ราย ก็ไม่มีเพราะพวกนี้เป็นพวกมีอิทธิพล ประชาชนทั่วไปไม่มีใครกล้าที่จะไปสู้กับพวกนี้ ไปๆ มาๆ ก็ได้แค่ภาพที่นายกฯ แถลงว่าจะแก้หนี้ แต่แก้ไม่ได้ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็แก้ไม่ได้ นี่คือกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายไร้ผล ทั้งนี้ กระบวนการยุติธรรมถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ตัวนายกฯ และรัฐบาลจะต้องสร้างมาตรฐานของการที่จะให้พี่น้องประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรมด้วยกัน แต่ปรากฏว่าผลงานดีเด่นของรัฐบาลและผลงานของนายกฯ มีอยู่เรื่องเดียว คือช่วยคนทำผิดและไม่ต้องรับโทษ ให้กรมราชทัณฑ์ออกระเบียบหลายฉบับเอื้อต่อการที่จะช่วยให้ไม่ต้องรับโทษ แม้กระทั่งศาลพิพากษามาแล้ว แต่กรมราชทัณฑ์ก็ออกกฎหมายออกระเบียบเอื้อประโยชน์ต่อบางคน ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย เราเข้าใจใครๆ ก็ไม่อยากติดคุก แต่เราต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรมและถูกต้องการที่นายกฯ บอกว่าทำตามกฎหมายก็ถูกต้อง แต่กฎหมายที่เอามาใช้เหมาะสมหรือไม่ และสามารถปฏิบัติกับประชาชนโดยทั่วไปหรือไม่ นี่คือปัญหา ถือเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ แต่ท่านกลับทำเพื่อแสดงอำนาจแสดงบทบาท ความยิ่งใหญ่ ว่ากลับมาประเทศแล้วไม่ติดคุกสักวันเดียว

“ผมภาวนาให้นายกฯ อยู่ครบ 4 ปี ไม่ใช่เป็นข่าวถูกเปลี่ยนตัวทุกวัน ถูกเลื่อยขาเก้าอี้ทุกวัน ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น” นายเสรีกล่าว

นายเสรีกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องบ่อนที่จับกันที่บางใหญ่ ความจริงตั้งบ่อนปั๊บตำรวจก็ต้องรู้แล้ว แต่ตั้งแล้วเปิดไประยะหนึ่ง จนมีรายได้แล้วจึงไปไล่จับ เพราะผิดกฎหมาย ถามว่าเปิดบ่อนใหญ่โตขนาดนี้ตำรวจจะไม่รู้เลยหรือ ก็เหมือนยาเสพติดขายที่ไหนตำรวจก็รู้ แต่นายกฯ ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น เท่ากับคนที่ทำรู้เห็นเป็นใจ เล่นละคร ว่าไปจับ เพราะสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมายและหากินง่าย เป็นช่องทางหากิน หารายได้ ของเจ้าหน้าที่บางคนและจำนวนมาก

“อยากให้รัฐบาลอยู่แบบยั่งยืนครบวระ แต่ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่อาจจะเกิดปัญหาอาภัพ หาคนบริหารประเทศก็หายาก จะมีประสิทธิภาพที่ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่นก็หายาก ฝ่ายค้านก็มี แต่ก็เอาแต่ล้มล้างการปกครอง เราก็เลยไม่รู้จะไปหาทางไหนแล้ว ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลปัจจุบันจะทำอย่างไรให้ดีที่สุด เป็นประโยชน์มากที่สุดกับประเทศชาติและประชาชน” นายเสรีกล่าว