‘สถิตย์’ ซัดนโยบายกระจายอำนาจรัฐ ‘รบ.เศรษฐา’ ถามจัดสรรรายได้ท้องถิ่นให้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ ชี้ซอฟต์พาวเวอร์ต้องชูความเป็นไทย 11 สาขาเป็นแค่องค์ประกอบ
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มี นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม พิจารณาการอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153
จากนั้นเวลา 10.15 น. นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ส.ว. อภิปรายว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีต้องเติบโตอย่างทั่วถึง ต้องลดความเหลื่อมล้ำทั้งทางรายได้และรายจ่าย มีคำกล่าวว่าเมืองไทยคือกรุงเทพฯ ทุกอย่างเจริญอยู่ที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ 15 จังหวัดเศรษฐกิจหลักครอบคลุม 70 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ 61 จังหวัดที่เหลือมีส่วนแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ที่เห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลประกาศว่าจะพัฒนาพื้นที่และเมืองให้เกิดการกระจายความเจริญและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคจะทำได้อย่างไร รวมถึงมีแผนที่ชัดเจนในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 4 ภาคได้อย่างไร หรือทำอะไรไปแล้วในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีการประกาศเอาไว้ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว

นายสถิตย์กล่าวว่า การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การกระจายทางการคลังซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ระหว่างรัฐบาลกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามแผนกระจายอำนาจให้ได้ 35 เปอร์เซ็นต์ ใน 10 ปีที่ผ่านมามีงบอุดหนุนรวมอยู่เพียงแค่ 29 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่จะกระจายอำนาจเพื่อสร้างประสิทธิภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ คำถามคือจะจัดสรรรายได้ท้องถิ่นให้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่
นายสถิตย์กล่าวต่อว่า ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมต้องเกิดจากเศรษฐกิจข้างล่างไหลขึ้นข้างบน ซึ่งมีเศรษฐกิจที่สำคัญคือภาคเกษตรกรและเอสเอ็มอี แต่ประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตในภาคเกษตรด้อยกว่าประเทศอื่น คำถามคือรัฐบาลจะผลักดัน นำเกษตรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคการเกษตรได้อย่างไร รวมถึงขณะนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบกการเอสเอ็มอีปรับตัวลดลง รัฐบาลจะมีแนวทางเพิ่มความเชื่อมั่นผู้ประกอบการได้อย่างไร

นายสถิตย์ยังกล่าวถึงนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่แบ่งออกเป็น 11 สาขา งบประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะนี้งบประมาณก็ยังไม่ได้นำไปสู่ผลในทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม แม้จะมีการใช้งบประมาณกลางไปพลางก่อนนั้น ซึ่งตนหวังว่าหากงบปี 2567 ผ่านแล้วจะมีการผลักดันในเป็นรูปธรรมต่อไป ซึ่งการดำเนินการของซอฟต์พาวเวอร์ต้องมุ่งเน้นไปที่ความเป็นไทย ส่วนเรื่อง 11 สาขาเป็นแค่องค์ประกอบ และไม่ต้องจำเป็นต้องบอกว่าอันใดอันหนึ่งเป็นซอฟต์พาวเวอร์ เพราะเป็นเรื่องที่รู้อยู่ในตัว แต่ที่สำคัญต้องให้รับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือความเป็นไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- บอร์ดซอฟต์เพาเวอร์ เคาะ 5,164 ล้านบาท ขับเคลื่อน 11 อุตสาหกรรม
- กางงบ 5,164 ล้าน ดัน ‘ซอฟต์เพาเวอร์’ 11 สาขา ปั้น ‘สงกรานต์’ วาระแห่งชาติ จัดใหญ่ราชดำเนิน

