หน้าแรก การเมือง รมว.ยธ. เผย ท...

รมว.ยธ. เผย ทักษิณเข้าพรรคพท. ได้ เหตุเงื่อนไขพักโทษ ไม่ได้ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง

26.03.24 | 11:20 น.

รมว.ยธ. ย้ำ เงื่อนไข​พักโทษ​ แม้ว ไม่ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง​ เผย ทักษิณ​ รายงานตัวคุมประพฤติตามปกติ​ ไม่ห่วง ส.ส.หยิบ อภิปราย​ 152 ย้อน ส.ว.​ส่วนหนึ่งเป็น สนช.แก้​ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์​ ส่วน ยธ.ผู้ปฏิบัติ​ ยึดตาม รธน.

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี​ สอดส่อง​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม​ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่นายทักษิณ​ ชิน​วัตร​ ​อดีต​นายก​รัฐมนตรี​ จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.)​ จะทำให้เป็นประเด็นทางสังคมและเป็นเป้าทางการเมืองในการอภิปรายทั่วไป​ ตามมาตรา 152 ว่า​ คงเป็นการอภิปรายคล้ายกับสมาชิกวุฒิสภา​ (ส.ว.) แต่อาจจะมีเนื้อหาที่เข้มข้นกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้สังคมเคลือบแคลงใจในกระบวนการหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี​กล่าวว่า​ ปกติกระทรวงยุติธรรมจะดูแค่หลักเกณฑ์การคุมประพฤติ ส่วนการพักโทษอยู่ในเรื่องของโทษของกรมราชทัณฑ์​ที่ยังอยู่ในเงื่อนไขของการเป็นนักโทษ กรมราชทัณฑ์จะไปลดโทษให้ใครไม่ได้​ แต่มีกระบวนการเรียกว่าการบริหารโทษ การพักโทษ หรือการใช้ที่คุมขังอื่น ในกฎหมายกรมราชทัณฑ์และกฎกระทรวง ส่วนโรงพยาบาลเป็นที่คุมขัง ซึ่งนักโทษเมื่อไปนอนที่โรงพยาบาลก็หักจากการต้องโทษ แต่หากถามว่านักโทษอยู่โรงพยาบาลกับเรือนจำ นักโทษอยากอยู่เรือนจำมากกว่าอยู่โรงพยาบาลสภาพลำบาก เหมือนเราไปอยู่โรงพยาบาล​ ส่วนการเคลื่อนไหวอื่น กรมคุมประพฤติมีข้อห้าม คือ ห้ามไปมั่วสุมยาเสพติด และห้ามไปเยี่ยมนักโทษด้วยกัน ส่วนเรื่องอื่นมีสิทธิและเสรีภาพ โดยกรมคุมประพฤติมีหน้าที่ควบคุมดูแล

เมื่อถามว่านายทักษิณ​ เดินทางไปพบสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันนี้​จะผิดเงื่อนไขการพักโทษหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวเลี่ยงว่า กรมคุมประพฤติให้มารายงานตัว จะไปไหน​ ไปพบใครไม่เกี่ยว​ และในกฎกระทรวงไม่ได้เขียนเงื่อนไขการพักโทษว่าห้ามเกี่ยวข้องกับการเมือง

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่ากรณีนายทักษิณมีการตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานของขบวนการยุติธรรม จะชี้แจงต่อสังคมอย่างไร พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า​ กระบวนการยุติธรรมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญบอกให้รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมาย​ หากทำนอกกฎหมายถือเป็นการทำตามอำเภอใจ อย่างที่ตนพูด การถูกกฎหมายต้องพยายามพัฒนากฎหมาย​ ในบางช่วงที่ออกมาก่อน จากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นใหม่ จะต้องมีการแก้ไขอย่างเช่นกฎหมายราชทัณฑ์ ซึ่งหากดูจริงๆ กฎหมายของกรมราชทัณฑ์ เกิดจาก สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ​ (สนช.) เป็นผู้ร่าง​ ในปี​ 2559 และมีการประชุมถึง 21 ครั้ง จน 1 ธันวาคม 2559 ออกมาเป็นกฎหมายราชทัณฑ์​ ปี 2560​ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกที่นำกฎหมายลูกมาใส่ ซึ่งภายหลังนายสมศักดิ์​ เทพสุทิน​ ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น​ มาออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งเดิมถ้าออกเป็นแพ็กเกจใหญ่จะเป็นการคิดในห้องแอร์เกินไป​ ผู้ปฏิบัติอาจจะลำบาก ถึงแยก​การรักษาพยาบาล หรือการไปที่คุมขังอื่น หรือการพักโทษ เป็นขั้นตอนไป​

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า​ ยืนยันว่า กฎหมายถูกร่างมาโดย สนช. และเป็นกฎหมายที่เกิดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตนก็มาปฏิบัติตาม หากดูดีๆ คนราชทัณฑ์แทบไม่มีอำนาจ เช่น การพักโทษ ก็มีคณะกรรมการพักการลงโทษ มีปลัดกระทรวงยุติธรรม และมีข้าราชการอื่น รวมถึงจากศาลยุติธรรมเป็นคณะกรรมการ ทั้งนี้ ถ้าเรายอมรับกติการัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าปฏิบัตินอกกฎหมายเราถือว่าไม่ใช่หลักนิติธรรม

เมื่อถามว่า กรมราชทัณฑ์​จะเตือนนายทักษิณ​ ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองน้อยลง เนื่องจากถูกสังคมจับจ้องหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เราเคารพในความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี กระทรวงยุติธรรมคงไม่มีหน้าที่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว นอกจากภารกิจหน้าที่ที่เรารับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีนักการเมืองที่ถูกพักโทษเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับนายทักษิณหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี​กล่าวว่า คนพักโทษแต่ละปีมีเป็นหมื่น แต่อาจจะไม่มีสื่อไปตาม​ ซึ่งมองว่าจากรายงานที่กรมคุมประพฤติส่งมาเมื่อคืนนี้ นายทักษิณก็ปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกอย่าง​

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหนักใจหรือไม่ ที่นายทักษิณมีการเคลื่อนไหวเดินทางในหลายพื้นที่ ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า อยากให้สังคมแยกส่วน กระทรวงยุติธรรมไม่ได้หนักใจ เมื่อวานนี้ครบ 133 ปี​กระทรวงยุติธรรม ที่เราจะมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนทุกคนได้รับความยุติธรรมถ้วนหน้า ซึ่งคำว่ายุติธรรมอาจเป็นนามธรรมเกินไป ต้องทำตามรัฐธรรมนูญกฎหมายที่บัญญัติไว้ก่อน​ ส่วนกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรมก็ต้องแก้ไข แต่ในที่สุดก็ต้องให้สภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นงานสภาที่มาจากผู้ที่ถูกแต่งตั้ง โดยเฉพาะคนในสภา เมื่อวานส่วนใหญ่ก็เป็นคนร่าง ​พ.ร.บ.ราชทัณฑ์​ฉบับนี้ทั้งหมด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง