‘พิธา’ เผยในที่ประชุม IPU เจนีวา สภาไทยเตรียมพิจารณาผ่านร่างสมรสเท่าเทียมวันนี้ ชี้ถ้าสำเร็จจะเป็นชาติแรกในอาเซียน ลั่น Love is love กลุ่มคนที่เคยถูกกีดกัน จะได้รับสวัสดิการอย่างเท่าเทียม
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม เวลา 17.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีราย ชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนจากรัฐสภาไทย กล่าวรายงานความคืบหน้าของรัฐสภาไทยในการสร้างสังคมที่โอบรับความหลากหลาย (Inclusive Society) โดยนายพิธากล่าวว่า รัฐสภาไทยมี 3 เสาหลักในสร้างสังคมโอบรับความหลากหลาย ประกอบด้วย การสมรสเท่าเทียม, ความเสมอภาคเท่าเทียมทางด้านชาติพันธุ์และสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง และการปกป้องคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยุติธรรมในสังคม
นายพิธากล่าวว่า เสาแรก สมรสเท่าเทียม ในอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ห่างจากที่เจนีวาไปประมาณ 9 พันกิโลเมตร สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยกำลังจะประชุมเพื่อพิจารณาผ่านร่างกฎหมายที่เป็นหมุดหมายสำคัญ คือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถ้าหากกฎหมายนี้ผ่านได้สำเร็จ ประเทศไทยก็จะกลายเป็นชาติแรกในอาเซียน และเป็นเพียงไม่กี่ชาติในเอเชียที่ทำให้เกิดสมรสเท่าเทียมขึ้นได้จริง

“เราบอกว่าสิทธิความเสมอภาคทางเพศเป็นสิทธิมนุษยชน เราจะพูดว่า ‘Love is Love’ และกลุ่มคนที่เคยถูกกีดกันก่อนหน้านี้จะสามารถมีสิทธิในการวางแผนครอบครัว สร้างครอบครัว และดูแลรักษาครอบครัวในยามเจ็บป่วยฉุกเฉินได้แล้ว” นายพิธาระบุ
นายพิธากล่าวต่อว่า เสาที่สองคือความเสมอภาคเท่าเทียมทางด้านชาติพันธุ์และสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง เราบอกว่าสิทธิของชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองสำคัญ แม้ว่าจะมีความแตกต่างหลากหลายกันทางด้านวัฒนธรรมและภาษาก็ตาม แต่ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงความยุติธรรมในที่ดินทำกินของตนเอง ต้องสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดี รวมทั้งบริการพื้นฐานสำคัญของรัฐที่มีคุณภาพได้

นายพิธากล่าวว่า เสาที่สาม ในส่วนของการปกป้องคุ้มครองแรงงาน เราพูดถึงการส่งเสริมให้คนทำงานได้มีงานที่ดี มีคุณค่า ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม เราพูดถึงความเสมอภาคทางเพศในที่ทำงาน เราพยายามสร้างหลักประกันให้สิทธิการลาคลอด เราพยายามสร้าง work-life balance ที่คนทำงานทุกคนสมควรได้รับ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ ไม่ใช่แค่กฎหมายที่ถูกเขียนบทกระดาษ แต่เรากำลังส่งสารไปยังคนทั้งโลก ส่งสารไปยังลูกหลานว่าพวกเขาจะไม่ถูกกีดกันในสังคมไทย
“ดังนั้น ผมขอให้ทุกคนในที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภานี้ร่วมส่งแรงใจไปยังสภาผู้แทนราษฎรไทยที่อยู่ห่างไป 9 พันกิโลเมตร ถ้าหากกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านก็จะกลายเป็นชัยชนะของชุมชน LGBTQIA+ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่รวมถึงชัยชนะของคนทั้งโลกด้วย” นายพิธากล่าว
นายพิธากล่าวด้วยว่า การเมืองของความเป็นไปได้มันอาจไม่สมบูรณณ์แบบ มันอาจต้องใช้เวลายาวนาน แต่มันแสดงให้เห็นว่าถ้าเราทำไปด้วยกัน ร่วมกันทลายอุปสรรคทั้งหลาย เราก็จะสามารถก้าวไกลไปด้วยกันได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

